จากกรณี เฟซบุ๊ก “ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ของนักแสดงสาว “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ผู้ก่อตั้ง “องค์กรทำดี” โพสต์ข้อความระดมทุนช่วยเหลือหญิงสาวเหยื่อ 4 วัยรุ่น จ.พัทลุง ฆ่าคู่อริก่อนรุมข่มขืนแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์ 3 เดือนนำร่างโยนทิ้งเหว โดยระบุว่า ครอบครัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไม่มีเงินเยียวยา ไม่มีหน่วยงานใดดูแล อีกทั้งคุณแม่ของเหยื่อต้องมาเฝ้าดูอาการต่อเนื่อง เพราะเหยื่อกระดูกสันหลังไม่เข้าที่ ไม่ได้ทำงานจึงขาดรายได้

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม เข้าไปช่วยเหลือเหยื่อ ดังนี้ 1. ทันทีที่เกิดเหตุยุติธรรมจังหวัดตรังเข้าไปแจ้งสิทธิเงินค่าตอบแทนแก่ผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาทันทีที่โรงพยาบาลจังหวัดตรัง แต่ขณะนั้นผู้เสียหายยังอยู่ในภาวะที่ยังไม่สามารถให้การได้ ต่อมา 2-3 วัน มารดาผู้เสียหายย้ายไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลนาทวี จ.สงขลา มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สะเดา และประสงค์จะเข้าไปแจ้งสิทธิที่ยุติธรรมจังหวัดสงขลา จากรายงานทราบว่า ปัจจุบันญาติและตัวผู้เสียหายยังไม่ประสงค์เข้าไปแจ้งสิทธิฯ
นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า วันนี้ยุติธรรมจังหวัดสงขลา พร้อมเจ้าพนักงานคุ้มครองสิทธิฯ ภาค 4 สงขลา ไปบ้านผู้เสียหายเพื่อให้ญาติหรือผู้เสียหายแจ้งสิทธิและรับคำขออีกครั้งจากที่บ้านพัก เพื่อมาดำเนินการ 2.ขณะที่ผู้เสียหายรักษาพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนอยู่หน้าโรงพยาบาลเกรงจะมีเหตุความไม่ปลอดภัย ยุติธรรมจังหวัดตรังจึงทำเรื่องแจ้งไปยังกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการคุ้มครองพยาน อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้อนุมัติและเข้าสู่การคุ้มครองพยานทันที และเมื่อมีการย้ายผู้ป่วยไปที่จ.สงขลา การคุ้มครองพยานยังตามไปคุ้มครองต่ออยู่จนถึงปัจจุบันอีกด้วย
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า สำหรับแฟนหนุ่มที่เสียชีวิต กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพนำเรื่องเข้าประชุมคณะกรรมการค่าตอบแทน แก่ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ได้จัดประชุมครั้งที่ 3/59 ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และมีมติให้จ่ายค่าตอบแทน รวม 150,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างแจ้งคำวินิจฉัยให้ทายาทผู้เสียหายทราบ และรับค่าตอบแทน
“อย่างไรตามระเบียบราชการ คงไม่เพียงพอแก่การชดใช้และทดแทนในสิ่งที่เสียไปของเหยื่อได้ ในต่างประเทศอาจต้องเข้าไปดูแลถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบของบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อ อาจออกมาในรูปของมูลนิธิหรือองค์กรการกุศล ผมก็สนใจในสิ่งเหล่านี้อยากจะเชิญชวนทั้งคุณบุ๋มและกลุ่มคนใจดีทั้งหลายมาร่วมกันคิดและออกแบบเพื่อช่วยเหลือกันต่อไป” นายธวัชชัยกล่าว

