หน้าแรก ในประเทศ เขมร เหิมยิงถ...

เขมร เหิมยิงถล่มหลายจังหวัด ไทยส่งเอฟ16บอมบ์ ทำลายกาสิโนคลังอาวุธยับ

9.12.25 | 06:40 น.

“เขมร”เหิมยิงถล่มหลายจังหวัด ไทยส่งเอฟ16บอมบ์ ทำลายกาสิโนคลังอาวุธยับ “อนุทิน”ไฟเขียวให้ทหารลุยป้องอธิปไตย
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงถล่มทหารไทยที่ห้วยตามาเรีย โดยฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้ตามกฎการปะทะสากล โดยในพื้นที่ยังมีการยิงตอบโต้ต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 05.05 น. ในพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ก่อนขยายไปที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ และพื้นที่กองทัพภาค 1 ด้าน จ.สระแก้ว

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า ฝ่ายไทยเริ่มใช้อากาศยานกระทำต่อเป้าหมายคือที่ตั้งยิงอาวุธ สนับสนุนของฝ่ายกัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า เนื่องจากเป้าหมายเหล่านั้นได้ใช้อาวุธปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด กระทำต่อ ฝ่ายไทย ที่บริเวณฐานอนุพงศ์เป็นเหตุให้มีกำลังพลเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ทั้งนี้ ในพื้นที่ชายแดนกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา ได้จัดกำลังพลสนับสนุนการอพยพประชาชนตามแผนเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศ (ทอ.) ได้ใช้เครื่องบิน F-16 ในการสนับสนุนภาคพื้น โดยเป้าหมายอยู่ที่ปืนใหญ่ฝั่งกัมพูชาที่ยิงเข้ามาฝั่งไทย 3 พื้นที่ อานม้า ปราสาทคนา และเสาวิทยุพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร
ขณะที่ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษก ทอ. กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังสุรนารี ในการตอบโต้การปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของไทย รวมทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ชายแดน และกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัด กำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา อาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย จึงนำไปสู่การใช้กำลังทางอากาศ เพื่อยับยั้งและลดศักยภาพทางทหารของกัมพูชาในระดับที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ทอ.ได้ปฏิบัติภารกิจอย่างรอบคอบ โดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร คลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางสนับสนุนการรบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง พร้อมทั้งยังตรวจสอบผลการโจมตี เพื่อยืนยันว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามหลักสากลของการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence) ตามกฎบัตรสหประชาชาติ และยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality) อย่างเคร่งครัด

ต่อมาเวลา 08.41 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง โดยมีวาระสำคัญเป็นการหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม กัมพูชาเปิดฉากยิงไทยในหลายพื้นที่ ทั้งบริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

Advertisement

จากนั้นนายอนุทินนำผู้บัญชาการเหล่าทัพ แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงบูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณีตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่นๆ ที่มีความจำเป็น