หน้าแรก ในประเทศ อธิบดีกรมคุมป...

อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระดมกำลังอาสาสมัคร 4.6 หมื่นคน เตรียมรับมือ 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 69

11.12.25 | 15:29 น.

อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระดมกำลังอาสาสมัคร 4.6 หมื่นคน เตรียมรับมือ 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 69

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่โถงห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน kick off โครงการพลังภักดี อาสาสมัครคุมประพฤติร่วมต้านยาเสพติด ประกาศพลังอาสาสมัครคุมประพฤติจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแนวหน้าในชุมชนในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้สามารถกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยมี นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ, นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติ, นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วม ซึ่งภายในงานมีพิธีประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด ปล่อยขบวนอาสาสมัครคุมประพฤติลงพื้นที่ทั่วประเทศ ชูบทบาทเครือข่ายภาคประชาชนต้านยาเสพติด ดูแลผู้กระทำผิดกว่า 61,000 ราย

ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด ซึ่งก็เป็นวาระที่กรมคุมประพฤติ มีภารกิจหน้าที่ติดตามสอดส่องผู้ถูกคุมประพฤติจากคดียาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดยาเสพติด หรือผู้เสพยาเสพติดก็ตาม ซึ่งตนได้มีกำลังสำคัญอย่างอาสาสมัครคุมประพฤติทั่วประเทศประมาณ 46,000 คน ที่จะคอยสอดส่องติดตาม และคำให้ปรึกษาผู้ถูกคุมประพฤติเรื่องยาเสพติด ให้สามารถมีแนวทางในการดำเนินชีวิต และกลับตัวกลับใจ ไม่หวนไปเสพซ้ำอีก

นอกจากนี้ วันที่ 16 มีนาคม 2569 จะถือเป็นวัน ครบรอบ 40 ปีอาสาสมัครคุมประพฤติ ตนจึงมุ่งยกระดับการทำงานเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการตั้งรับอย่างเดียว เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดทั่วประเทศ มีสถิติหลักแสนราย จึงต้องเร่งดำเนินการด้วยการส่งอาสาสมัครคุมประพฤติเข้าไปประจำจุดพื้นที่ต่างๆ ทั้งนี้ ตนมีเป้าหมายระยะแรกคือ 10,000 ราย แต่ในปี 2569 ตนได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะต้องติดตามทั่วประเทศถึง 61,000 ราย จึงมองว่าเป็นภารกิจที่กรมคุมประพฤติ จะได้ช่วยทำให้นโยบายของรัฐบาลประสบความสำเร็จในอีกทางหนึ่ง

ร.ต.อ.ปิยะ  กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมาย 60,000 ราย ที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในคดียาเสพติด กรมคุมประพฤติจะมีการติดตามอย่างไรให้ทั่วถึงนั้น เนื่องด้วยระบบการทำงานที่ชัดเจน ตนจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครคุมประพฤติกว่า 46,000 ราย ทั่วประเทศทำงานประกบคู่กับพนักงานคุมประพฤติ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรายงานผลแบบเรียลไทม์ และเน้นมาตรการ 3R 1P คือ คัดกรองซ้ำ (Re-X-ray) บำบัดฟื้นฟู (Rehabilitation) คืนคนดีสู่สังคม (Reintegration) และการดูแลต่อเนื่อง (Probation Support) เพื่อให้มั่นใจว่าการติดตามมีคุณภาพและครอบคลุม แต่เนื่องด้วยจำนวนผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดียาเสพติดทั้งประเทศไทยมีเป็นหลักแสนคน ตนจึงได้ให้โอวาทการทำงานแก่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติ ที่เกี่ยวกับเทคนิคการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การอบรม การพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด

Advertisement

อย่างไรก็ดี ตนเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ของอาสาสมัครคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติจังหวัดย่อมมีเทคนิคในการพูดคุยจูงใจ ทำอย่างไม่ให้มีคนหวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ และยังสามารถเชื่อมโยงกลุ่มคนเหล่านี้ ให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ตนจึงมองว่าในฐานะอธิบดีกรมคุมประพฤติ มีหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้การทำงานของเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติ สามารถทำงานได้โดยสะดวก เต็มที่ และบรรลุเป้าหมายมากขึ้น

 

ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ภารกิจงานปลายน้ำในบทบาทของกรมคุมประพฤตินั้น ตนมองว่า งานคุมประพฤติไม่ได้รับไม้ต่อจากแค่กรมราชทัณฑ์เท่านั้น แต่ยังมีงานคุมประพฤติตั้งแต่ก่อนการพิจารณา และระหว่างการพิจารณาของศาลด้วย ไม่ว่าจะแง่ของการสืบเสาะ และจัดทำรายงานข้อมูลเพื่อเสนอต่อศาล เพราะหากศาลมีคำสั่งให้บุคคลที่กระทำความผิดต้องคุมประพฤติหรือเงื่อนไขทางกฎหมายใดๆ ก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น และปัจจุบันงานคุมประพฤติมีประมาณ 400,000 ราย แต่ข้าราชการกรมคุมประพฤติมีเพียง 4,500 ราย แม้มีอาสาสมัครคุมประพฤติมาช่วยงานแต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่ยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น จึงต้องทำมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน เพื่อให้งานที่โฟกัสนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่เนื่องด้วยใกล้เทศกาลปีใหม่ 2569 ประชาชนจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกรมคุมประพฤติมีภารกิจทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการเฝ้าระวัง และรณรงค์การเมาขับเสมอต่อเนื่อง

โดยปฏิบัติการจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม – 15 มกราคม 2569 โดยเรามักพบว่าในสถิติ 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเมาแล้วขับ ซึ่งตนก็พยายามรณรงค์เรื่องการเมาไม่ขับเสมอ โดยเฉพาะในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ กรมคุมประพฤติจะมีกิจกรรมรณรงค์เมาไม่ขับ และจะมีกิจกรรมที่สภากาชาดไทย เพื่อรณรงค์การบริจาคเลือด และการเมาไม่ขับตลอดเส้นถนนเเยกอังรีดูนังต์ จากนั้น จะมีการปฏิบัติการเรื่อง 7 วันอันตราย เพื่อประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน ทั้งนี้ ตนจะให้ความร่วมมือกันเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด เพราะหากเมาแล้วขับ มันก็จะนำไปสู่อุบัติเหตุที่นำมาซึ่งร่างกายและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นได้

ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของคนที่มีการกระทำความผิดซ้ำโดยเฉพาะในคดีเมาแล้วขับ นี่คือเป้าหมายหลักของกรมคุมประพฤติที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งระหว่างนี้จะพยายามรณรงค์ให้มากที่สุดก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยจะนำผู้ที่ถูกคุมประพฤติในคดีเมาแล้วขับ มาร่วมรณรงค์ทางความคิดให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นข้อตระหนักเตือนใจไม่ให้ผู้อื่นต้องเมาแล้วขับเหมือนตนเอง และแม้เป็นผู้ที่พลาดไปแล้ว ก็จะไม่กลับไปทำซ้ำอีก ทั้งหมดนี้คืองานบริการสังคมที่จะร่วมมือกันรณรงค์ให้ดีที่สุด