สบส. ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคลินิกย่านพระราม 9 ผ่าตัดคนไข้หน้าเรียว เสียชีวิต

4.05.17 | 15:02 น.
นพ.วิศิษฏ์ ตั้งนภากร

จากกรณี การเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อโซเชียลว่ามีแพทย์ศัลยกรรมรายหนึ่ง ซึ่งเคยตกเป็นข่าวทำพริตตี้สาวเสียชีวิต จากอาการแพ้ยาสลบขณะผ่าตัดที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อปี พ.ศ. 2557  กลับมาเปิดคลินิกแห่งใหม่ ย่านพระราม 9 กทม. และทำการผ่าตัด “ใบหน้าเรียว” หรือที่เรียกว่า “ผ่าตัดวีไลน์” ผิดพลาดจนเป็นเหตุให้คนไข้เสียชีวิต นั้น

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นพ.วิศิษฏ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสุนนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้า ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในย่านพระราม 9 กทม. พบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ประเภทคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม ศัลยกรรมตกแต่ง โดยมีนายแพทย์อายุ 56 ปี ที่มีวุฒิบัตรด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นแพทย์ผู้ดำเนินการประจำสถานพยาบาล โดยสถานพยาบาลดังกล่าวได้ยื่นเรื่องขอใบอนุญาตประกอบกิจการฯ มาที่ สบส.เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 และ  สบส.ได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาลดังกล่าวในเดือนมีนาคม 2558 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 ญาติผู้เสียชีวิตได้ส่งเรื่องร้องเรียนที่สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ  สบส.กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตโดยการผ่าตัดในสถานพยาบาล  สบส.จึงส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบว่าการเสียชีวิตผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสถานพยาบาล แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ ซึ่งอยู่ในการควบคุมกำกับของแพทยสภา โดย  สบส.จะรวบรวมเอกสาร หลักฐาน นำเสนอต่อแพทยสภาเพื่อดำเนินการด้านจริยธรรม ซึ่งต้องรอผลการวินิจฉัยจากแพทยสภาว่ามีกระบวนการรักษาที่ได้มาตรฐานตามหลักวิชาชีพหรือไม่ หรือเกิดจากโรคประจำตัวของผู้ป่วย

นพ.วิศิษฎ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนประจำปี พ.ศ. 2560 ได้จัดให้สถานพยาบาลดังกล่าวอยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีประวัติการรักษาที่เป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ จะตรวจสอบสถานพยาบาลดังกล่าวอย่างเข้มข้นว่ามีการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพ มาตรฐานที่ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2559 กำหนดครบทุกด้านหรือไม่ ทั้งด้านสถานที่ ต้องสะอาด สะดวก ปลอดภัย, แพทย์ผู้ให้บริการ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้องตามกฎหมาย หรือต้องมีใบอนุมัติบัตรตามสาขาที่ขออนุญาตจากแพทยสภา, การบริการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ,เครื่องมือ ยา และเวชภัณฑ์ มีคุณภาพ ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และความปลอดภัย หากพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งกรม สบส.จะให้สถานพยาบาลดังกล่าวมีการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง หากยังไม่มีการแก้ไขจะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น

 

 

Advertisement