ชาวคลิตี้ ร้อง “บิ๊กเต่า” โวยคพ.ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ช้า ผ่านมาเกือบ 5 ปียังไม่มีแผนงานชัดเจน

5.05.17 | 13:35 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชาวบ้านคลิตี้ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กว่า 20 คน นำโดยนายกำธร ศรีสุวรรณมาลา ตัวแทนชาวบ้าน ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส. ขอให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งรัดการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด โดยมีตัวแทนของสำนักรัฐมนตรี และคพ. มารับเรื่องดังกล่าว

นายกำธร กล่าวว่า ภายหลังศาลตัดสินให้คพ.เข้าดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว แต่คพ.ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการฟื้นฟูแต่อย่างใด ที่ผ่านมาแม้เจ้าหน้าที่คพ.จะลงพื้นที่ไปดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ทำได้เพียงการสร้างฝายดักตะกอนและดูดตะกอน ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านก็ยังคงอยู่กินกับสารตะกั่วอยู่ ล่าสุดมีการประชุมคณะกรรมการบูรณาการการดำเนินงานเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบทางด้านสุขภาพเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยคพ.แจ้งว่า ปัจจุบันได้ประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่บริษัทผู้ชนะการประมูลงานไม่เซ็นต์สัญญา จึงทำให้คพ.ไม่สามารถดำเนินการต่อไป และไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน แต่เมื่อสอบถามไปยังบริษัทดังกล่าว ได้รับคำชี้แจงว่า บริษัทยังไม่เคยถูกเรียกให้ไปเซ็นต์สัญญาเลยสักครั้ง และคพ.จะอ้างทุกครั้งว่าอยู่ระหว่างการศึกษาแรวทางการฟื้นฟูบ้าง อยู่ระหว่างการประมูลงานบ้าง ชาวบ้านจึงอยากให้รัฐมนตรีทส. สั่งการให้คพ.เร่งรัดการทำงานให้เร็วขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านไม่ต้องทนทุกข์กับสารตะกั่วอีกต่อไป

ด้านตัวแทนคพ. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบราคาประเมินกลางที่เหมาะสม เพราะการเบิกจ่ายในระบบราชการต้องชัดเจน ราคาต้องเหมาะสมกับการดำเนินงาน จึงทำให้ทุกขั้นตอนค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ แต่อย่างไรก็ตามคพ.ได้เร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวว่า คพ.ต้องดำเนินการทันทีตามคำพิพากษาของศาล ไม่ควรเสียเวลากับการศึกษาใดๆ แล้ว ควรขุดลอกตะกอนและนำกลบนอกพื้นที่อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งศาลได้กำหนดให้ทำภายใน 3 เดือน แต่ผ่านมาแล้วเกือบ 5 ปี ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่ชัดเจน ชาวบ้านจึงยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดบังคับตามคำพิพากษาให้คพ.ดำเนินการทันที ซึ่งหากกรมยังดำเนินการล่าช้า ศาลอาจมีบทลงโทษ อาจถึงขั้นจำคุกเจ้าหน้าที่คพ. เพราะขัดขืนตามคำสั่งศาล