ครูปกาเกอะญอซาบซึ้งไม่คิดว่าคนชนบทจะได้มากราบพระบรมศพ น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้เป็นครูที่ดี

5.05.17 | 14:33 น.
นางสาวระวิวรรณ และ นางสาวมึที

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพสกนิกรเดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 184 ว่า แม้จะมีฝนตกในช่วงเช้าและบรรยากาศมืดครึ้มแต่พสกนิกรยังคงเดินทางมาสักการะอย่างไม่ขาดสาย

นางสาวระวิวรรณ รอวงค์ตะวัน อายุ 32 ปี และนางสาวมึที ธารสุขพินิจ อายุ 37 ปี ครูชาวปกาเกอะญอ สังกัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านหนองบอน ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยนั่งรถทัวร์มากรุงเทพฯ กัน 2 คน กล่าวร่วมกันว่า ตั้งแต่เล็กจนโตที่บ้านก็มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9 และภาพหลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา วัดพระบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน กราบไหว้อยู่เสมอ สักการะและทำพิธีในวันสำคัญต่างๆ ที่ผ่านมาชีวิตของพวกเราชาวเผ่าปกาเกอะญอ มีไฟฟ้าใช้ มีฝายกั้นน้ำ และมีโครงการเกษตรต่างๆ ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น ทุกวันนี้ปลูกเสาวรส คะน้า ส่งโครงการหลวงทำให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น ซึ่งทุกครอบครัวก็ปลูกพืช ผัก ไว้ทานเองในบ้านอย่างพริก ผักกาด ถั่วฝักยาว และข้าวหอมมะลิ นอกจากนี้พระองค์ยังได้พระราชทานโรงเรียนทำให้ทุกคนได้เรียนหนังสือ มีความรู้ได้อีกด้วย

“การได้มากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นที่สุดในชีวิต เมื่อตัดสินใจจะมาแล้วทุกคนในครอบครัวได้ฝากคำอธิษฐาน ฝากเงินมาร่วมทำบุญ เมื่อขึ้นไปก็ถึงกับขาสั่น และน้ำตาไหลออกมา เพราะใครจะคิดว่าคนชนบทอย่างเราจะได้มากราบพระบรมศพ ทั้งยังได้ซื้อหนังสือแฮปปี้ ไดอารี่ เพื่อเป็นของที่ระลึกด้วย ประสบการณ์ครั้งนี้จะนำไปสอนลูกศิษย์ทุกคนว่าเราได้มาตอบแทนพระคุณพระองค์แล้ว นอกจากนี้ยังได้ระลึกถึงพระราชดำรัสของพระองค์ที่ว่า เป็นครูใช่ไหม ฝากเด็กๆ ด้วยนะ เป็นำรพระราชดำรัสที่เห็นครั้งใดก็ร้องไห้ และทำให้อยากเป็นครูมืออาชีพ เพื่ออนาคตของชาติต่อไป” ทั้งสองกล่าว

พ.ต.อ.ประพันธ์

พ.ต.อ.ประพันธ์ กองมงคล นักกายภาพบำบัด (สบ5) โรงพยาบาลตำรวจ หนึ่งในคณะนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลว่า รู้สึกปลาบปลื้ม ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้เกิด เราเป็นนักเรียนที่ได้รับพระราชทานทุนจากพระองค์จึงรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บางคนได้รับพระราชทานทุนตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนที่ได้รับทุนส่วนใหญ่มาจากการที่เมื่อครั้งพระองค์เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนประชาชนในต่างจังหวัด และทอดพระเนตรเห็นเด็กๆ ที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการศึกษา พระองค์จึงทรงให้การสนับสนุนมาโดยตลอด สำหรับตนเป็นคนจังหวัดเชียงราย ด้วยตอนนั้นคิดว่าที่บ้านคงไม่มีกำลังส่งให้เราได้ศึกษาต่อจึงเขียนฎีกาถวายพระองค์ เมื่อทางสำนักราชเลขาธิการแจ้งว่าได้รับพระราชทานทุนจึงรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่คณะแพทยศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างนั้นก็ได้มีการรายงานตัว รายงานผลการเรียนผ่านสำนักราชเลขาธิการ และพระองค์ทรงมีรับสั่งว่า “ท่านเลี้ยงพวกเรา ดูแลพวกเราจากตัวเล็กๆ จนถึงตอนนี้ก็อยากให้ได้รับการศึกษา” นับจากตอนนั้นตั้งใจจะทำหน้าที่รับใช้พระองค์ตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงได้นำหลักคำสอนและพระบรมราโชวาทในโอกาสต่างๆ มายึดใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน พร้อมนำพระองค์มาเป็นต้นแบบ โดยทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด รู้หน้าที่ของตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการที่ดีในพระองค์

นางสาวนิศาชล (ซ้าย)

นางสาวนิสาชล ภักดีศรี ครูวัย 42 ปี โรงเรียนทุ่งชมพู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุ่งชมพู อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปลื้มปีติมาก เพราะพวกเราอยู่ไกล หาโอกาสมาก็ยาก ตอนขึ้นบนพระที่นั่งได้อยู่แถวหน้า อธิษฐานจิตบอกพระองค์ว่าจะขอเป็นคนดี ทำความดีถวาย พร้อมกับอุทิศตนสอนเด็กๆ เพราะในหลวง ร.9 บอกว่าครูเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ต้องหมั่นพัฒนาตัวเองถึงจะสอนคนอื่นได้ นอกจากนี้ต้องทั้งเก่งและเป็นคนดีมีคุณธรรมด้วย เราเป็นครูชนบทอยู่ในถิ่นทุรกันดารยิ่งต้องขยันและเสียสละให้มาก เด็กๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี พวกเขารู้จักในหลวง ร.9 ช่วงที่พระองค์สวรรคตเด็กๆ ก็นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาชูเหนือศีรษะ เวลาโรงเรียนพาไปปลูกต้นไม้พวกเขาก็บอกว่าปลูกต้นไม้ให้ในหลวงร.9 ครูค่อยๆ ป้อนให้เด็กรู้ว่าพระองค์ทรงงานอะไรบ้าง เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ เด็กยังเล็กอยู่บอกอะไรมากว่านี้ไม่ได้ พอโตขึ้นก็จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งเอง” นิสาชล กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม หลังสำนักพระราชวัง ปิดเวลา 21.05 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 27,785 คน รวม 183 วัน มี 6,738,341 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,686,896 บาท รวม 183 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 540,072,648.01 บาท