‘รองผู้ว่าฯกทม.’ กำชับ 50 เขต กำจัดขยะไม่ให้อุดตันท่อ รับมือหน้าฝน

5.05.17 | 15:59 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำและคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ลงตรวจพื้นที่น้ำท่วมบริเวณซอยฉิมพลี 28 และถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ เขตตลิ่งชัน, ซอยเพชรเกษม 37 และคลองยายเพียร เขตภาษีเจริญ หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายและมีปริมาณน้ำฝนสะสมในหลายพื้นที่

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ มีระบบป้องกันน้ำท่วมทำงานได้ดี แต่จะมีปัญหาในช่วงพื้นที่ของการรถไฟฯ จึงให้เขตและสำนักการระบายน้ำสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางระบายน้ำพร้อมทั้งประสานความร่วมมือจากการรถไฟ ซึ่งมีแนวคิด ดังนี้ 1. ดึงน้ำออกถนนบรมราชชนนี. 2. ตั้งเครื่องปั๊มน้ำชนิดเคลื่อนที่ เพื่อดึงน้ำออกคลองบางกอกน้อย คลองยายเพียร เชื่อมกับคลองภาษีเจริญ และคลองภาษีเจริญเชื่อมกับคลองบางกอกใหญ่ ส่วนซอยเพชรเกษม 37 เขตภาษีเจริญ จะให้เขตตั้งเครื่องสูบน้ำดีเซล ขนาด 10 นิ้ว พร้อมทั้งขอมิเตอร์ไฟฟ้า เมื่อได้แล้วให้สำนักการระบายน้ำนำเครื่องสูบน้ำชนิดไฟฟ้าไปตั้ง และคลองยายเพียร ได้ให้สำนักการระบายน้ำวางแผนระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างถาวร ในภาพรวมระบบระบายน้ำของกทม.สามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นประมาณถึงร้อยละ 50 จากปี 2559 ทั้งนี้จุดที่มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ขณะนี้น้ำแห้งเป็นปกติแล้ว

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายจักกพันธุ์ ได้เดินทางเพื่อเป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสาธารณะ ครั้งที่ 2/2560 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง พร้อมได้เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันตรวจสอบในเรื่องของขยะบริเวณผิวถนนและตะแกรงท่อระบายน้ำ เพราะจะทำให้ขยะไปอุดตันตามท่อระบายน้ำ และทำให้ระบายน้ำได้ล่าช้าจนเกิดน้ำท่วมขังบนผิวถนนได้ ซึ่งควรทำตั้งแต่ก่อนฝนตกและในขณะที่ฝนตกตลอดเวลา โดยเฉพะถนนสายหลัก และถนนสายรองที่มีสถานที่สำคัญๆตั้งอยู่ เช่น ถ.ตะนาวศรี มีสถานที่สำคัญ คือ กระทรวงมหาดไทย และศาลเจ้าพ่อเสือ

“นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ 50 สำนักงานเขต ดูแลเรื่องรถขยะที่จะนำขยะไปกำจัดที่โรงขยะของกทม. โดยให้รถขยะปล่อยน้ำเสียตรงจุดทิ้งน้ำเสียของโรงกำจัดขยะก่อน เพราะจะมีการบำบัดน้ำเสียและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ล้างรถ หรือรถน้ำต้นไม้ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่ามากที่สุด” นายจักกพันธุ์กล่าว