เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วย นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภอสุวรรณคูหา นางจันทนา สิทธิพันธ์ วัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณทุ่งนา ที่บ้านหนองเหลือง หมู่ 2 ต.กุดผึ้ง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เพื่อตรวจสอบจากการนำรถแบ็คโฮขุดที่นา แล้วพบก้อนหินซึ่งมีลักษณะคล้าย แท่งเสมาโบราณ เพื่อตรวจสอบว่า เป็นวัตถุโบราณยุคสมัยไหน มีความเก่าแก่ขนาดไหน ที่จะได้มีการเก็บรักษาอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ พบว่ามีชาวบ้านกว่า 100 คน พากันเดินทางมาดู ก้อนหินดังกล่าว ซึ่งส่วนมากที่มาต่างพากันนำกล้องโทรศัพท์มือถือมาทำการบันทึกภาพกันไว้ เพื่อส่งต่อไปให้ลูกหลานญาติพี่น้องเพื่อนฝูงได้ดู นอกจากนั้นในบริเวณดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นเขตไว้ไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้ แต่ก็มักจะมีชาวบ้านลอดผ่านแนวกั้นเข้าไปถ่ายรูป เอามือไปลูก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ที่คอยดูแลต้องคอยเตือนให้ออกจากพื้นที่ กลัวว่าอาจะทำให้ ร่องรอยบางอย่างของหลักฐานทางโบราณคดีสูญเสียไป และในบริเวณใกล้เคียงชาวบ้านได้มีการทำโต๊ะนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา พร้อมทั้งตู้บริจาค ให้ชาวบ้านที่เดินทางมาดูได้ ร่วมบริจาค ซึ่งชาวบ้านที่มาส่วนหนึ่งต่างกราบไหว้หวังว่าจะได้โชคลาภจากวัตถุโบราณดังกล่าว นอกจากนั้น กลุ่มชาวบ้านที่มามุงดู ยังได้ร่วมให้ ยายเสิน ไม่ทราบนามสกุล ชาวบ้านในพื้นที่ ที่เคยเป็นร่างทรง ทำพิธีเข้าทรงดูว่า สิ่งที่ขุดค้นพบ โดยร่างทรง บอกว่า หินก้อนแรกอายุมากที่สุด 5,000 ปี และหินอีกก้อนที่มีสภาพสมบูรณ์ อายุ 2,000 ปี พร้อมกับให้มีการทำขัน 5 และ ขัน 8 บูชาด้วยดอกไม้ขาว เทียน ขาว และบอกว่าอยากจะอยู่ที่บริเวณนี้ไม่อยากให้มีการขุดย้ายไปไหน สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านที่มาเห็นที่เฝ้าดูว่า เหตุการณ์เข้าทรงจะเป็นเช่นไร
สำหรับ วัตถุโบราณดังกล่าว ได้มีการขุดพบเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 1500 น. บริเวณทุ่งนา บ้านหนองเหลือง หมู่ 2 ต.กุดผึ้ง ขณะที่ นายทนง ทุมวัน อายุ 45 ปี กำลังใช้รถแบ็คโฮ ขุดดิน เพื่อปรับพื้นที่นา เนื้อที่ 23 ไร่ ของ นางยุพรัตน์ ทุมวัน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 144 หมู่ 2 ต.กุดผึ้ง อาชีพ ครู กศน ขณะที่ขุดในความลึกประมาณ 1.60 เมตร จากระดับผิวดิน ได้พบก้อนหินซึ่งมีลักษณะคล้าย แท่งเสมาโบราณ หลังจากนั้นได้ขุดพบก้อนที่ 2 ก้อนที่ 3 และพบก้อนที่ 4 สุดท้าย ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ มีลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุด ลักษณะเป็นหินทรายสภาพตรงฐานล่างใหญ่โค้งมน ส่วนปลายแหลม จากปลายลงมาประมาณ 1 ฟุต จะมีรอยแกะสลักคล้ายกลีบบัวรอบแท่งหินสองแนว รอบบนขนาดเล็กรอบล่างขนาดใหญ่ ความใหญ่ของแท่งหินขนาดคนโอบ ความยาวประมาณ 1.50 เมตร บริเวณส่วนฐานมีรอยแกะสลักเป็นดอกอยู่หนึ่งดอก คล้ายกลีบดอกไม้หรือธรรมจักร ซึ่งคนขุดบอกว่า ในระยะเวลาขุดดินบริเวณนี้ ประมาณ 1 ชั่วโมง บริเวณที่ขุด ประมาณ 4 ตารางเมตร ลักษณะก้อนหินที่พบ มองอีกมุมหนึ่งก็คล้ายหลักเสมาโบราณ ของสถานที่ปฏิบัติกิจทางศาสนาพุทธในสมัยอดีต โดยสันนิษฐานจาก รูปร่างของแท่งหิน และ พื้นผิวของหิน มีร่องรอยแกะตัวอักษรคล้ายภาษาขอมโบราณ
ต่อมาหลังจากทราบข่าว นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภอสุวรรณคูหา ได้ออกไปตรวจสอบ และได้สั่งการให้มีการล้อมเชือกกั้นบริเวณที่ขุดพบ และให้ยุติการขุดดินบริเวณนั้น และห้ามผู้ใดเข้ามาในบริเวณล้อมเชือกเพื่อขุดดินโดยเด็ดขาด พร้อมสั่งการให้ ผู้ใหญ่บ้านร่วมกับเทศบาลตำบลสุวรรณคูหา จัดชุดรักษาความปลอดภัย สลับกันมานอนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะมีการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานทางโบราณคดี ซึ่งอำเภอได้แจ้ง ขอความร่วมมือจังหวัดหนองบัวลำภู ในการประสานหน่วยงานศิลปากรในพื้นที่ ส่งนักโบราณคดีมาตรวจพิสูจน์หินที่มีการขุดค้นพบว่า จะเป็นวัตถุโบราณในยุคสมัยใด
นายบุญเพ็ง จันทร์แห่ว ผู้ใหญ่บ้านหนองเหลือง กล่าวว่า สำหรับสถานที่บริเวณดังกล่าวนี้ เท่าที่ทราบในสมัยก่อน เคยเป็นพื้นที่วัดเก่ามาก่อน ซึ่งเจ้าของที่ดินคนเก่า เคยนำไม้มาล้อมบริเวณนี้ไว้ วัว ควายไม่ให้เข้ามา และทำบันไดดินเดินข้ามไปมา และลูกหลานของเจ้าของที่ดินก็ทราบว่า บริเวณนี้เป็นวัดเก่า ในช่วงค่ำคืนวันพระก็จะเห็นแสงไฟโผล่ขึ้นให้เห็น แม้แต่ตนเองก็เคยเห็นมาครั้งหนึ่งเหมือนกัน
ทางด้าน นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า สำหรับ พื้นที่ของ อ.สุวรรณคูหา จากประวัติศาสตร์ในอดีตนั้น ได้เชื่อมโยงกับ พระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ที่มาตั้งวัดถ้ำสุวรรณคูหา เมื่อครั้งมาตั้งทัพที่ พื้นที่อำเภอสุวรรณคูหา เมื่อ 400 กว่าปีก่อน และสร้างวัดถ้ำสุวรรณคูหา พร้อมพระพุทธรูปทองคำ คู่บ้านคู่เมือง ไว้ การขุดพบหลักศิลาโบราณนี้ อาจเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ดังกล่าวในฐานะเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนั้นก็เป็นได้ ส่วนอายุของวัตถุโบราณที่ขุดได้นี้ถือว่าเป็นมรดกของแผ่นดิน ที่จะได้มีการเก็บรักษาไว้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะนำไปไว้ที่ใดถึงจะปลอดภัย จึงได้มีการสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลให้ดี เพราะถือว่าเป็นมรดกของแผ่นดิน ส่วนอายุของสิ่งที่ขุดค้นพบนี้ คาดว่าน่าจะหลายร้อยปี แต่ก็ต้องรอให้ ทาง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ประสานกับทาง กรมศิปากรที่ 8 จังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจสอบก่อน





