พยาบาลพอ.สว.กราบพระบรมศพ ยึดหลักความดี-ช่วยเหลือผู้อื่นตามรอย’สมเด็จย่า-ในหลวงร.9′

6.05.17 | 12:07 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 185 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาต่อแถวรอกราบถวายสักการะอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ทางสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.

ขณะที่บริเวณหน้าประตูสรีสุนทร ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นประตูทางออกของพสกนิกรหลังกราบสักการะพระบรมศพ การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน อาทิ ผัดกะเพราหมูกรอบ ผัดผักรวมมิตร แฮมเบอร์เกอร์ไก่ ข้าวไส้กรอกทอด ข้าวอกไก่สมุนไพรพริกไทยอ่อน เฉาก๊วยชากังราว และมีน้ำดื่มให้บริการตลอดทั้งวัน

นางจันทร์ฉาย สืบสวัสดิ์ อายุ 71 ปี อดีตพยาบาล รพ.พะเยา เดินทางมาพร้อมเครือญาติ เปิดเผยความรู้สึกภายหลังเข้าสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า เดินทางมาจาก จ.พะเยาด้วยรถทัวร์พร้อมหลานชาย ส่วนหลานสาวก็เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่แล้ว นัดพบกันกับน้องสาวที่อยู่กรุงเทพฯ วันนี้เดินทางมาด้วยความตั้งใจหวังร่วมส่งพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสู่สวรรคาลัย เมื่อเข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมโกศเหลืองทองอร่ามสวยงามมาก ยิ่งทำให้ซาบซึ้งและเศร้าโศกอาลัยไปพร้อมกัน ส่วนบรรยากาศโดยรอบท้องพิธีสนามหลวงนั้นก็ดีใจที่เห็นประชาชนที่มีใจจงรักภักดีต่างพร้อมใจกันมาร่วมพระราชพิธี ก็ใช้โอกาสนี้เข้าสักการะพระแก้วมรกตด้วย

“แม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้สักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ครั้งงานพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เดินทางมาอยู่บ่อยครั้ง เพราะส่วนหนึ่งเป็นพยาบาลอาสาในมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว.ด้วย โดยได้ร่วมงาน พอ.สว.ตั้งแต่ พ.ศ.2514 จวบจนปัจจุบันก็ยังมีจิตอาสาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชนบทอยู่ ทั้งนี้ คำสอนของสมเด็จย่าที่น้อมนำมาใช้ในชีวิตคือ การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นหัวใจของความดี ทำให้ยังคงเป็นพยาบาลอาสาตลอดจนขณะนี้ แม้ตอนนี้อายุมากแล้วแต่หากสิ่งใดที่ยังคงทำได้ก็จะทำต่อไป ตลอดจนยังได้น้อมนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพร้อมกัน ทำให้ทุกวันนี้ชีวิตไม่ต้องขวนขวายสิ่งใด เพียงแต่ยึดมั่นในการทำคุณความดีก็เพียงพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือ การนำคำสอนเหล่านั้นถ่ายทอดสู่ลูกหลานให้พวกเขาได้นำไปปฏิบัติต่อไป” นางจันทร์ฉายกล่าว

Advertisement
จันทร์ฉาย (กลาง) และครอบครัว

ขณะที่ น.ส.วรัญญา นิ่มเจริญ อายุ 36 ปี พนักงานสาวบริษัทเอกชนทั่วไปจากเขตบางนา กรุงเทพฯ หนึ่งในพสกนิกรที่เดินทางมากราบพระบรมศพในวันนี้ กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ ที่ผ่านมาเพียงแต่เดินทางมาตั้งจิตอธิษฐานน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ข้างกำแพงวังเท่านั้น รู้สึกดีใจและซาบซึ้งเป็นอย่างมากจนถึงน้ำตาคลอเบ้าในขณะก้มลงกราบ “คิดว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เกิดมาในรัชกาลที่ 9 อีกทั้งอยากมากราบพระบรมศพสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้เฝ้าฯรับเสด็จพระองค์มาก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักมาตลอดตั้งแต่ที่พระองค์ทรงครองราชย์ ตัวเองเกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนไม่เคยหยุดพักสักครั้ง แม้ขณะประชวรก็ยังคงมีพระราชดำริช่วยเหลือประชาชน พระองค์จึงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความเพียร ความอดทนในการงาน ตนทำงานด้านการบริการลูกค้า ยามใดที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อใจ ก็จะระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอยู่เสมอ” น.ส.วรัญญาเล่า

วรัญญา (ด้านซ้าย)