เปิดปมสินบนทองคำ 246 บาท ‘ภาคภูมิ’ กลับลำแฉนายเก่า ถ่ายคลิปแบล๊กเมล์ ป.ป.ช.

27.12.25 | 16:08 น.

เปิดปมสินบนทองคำ 246 บาท ‘ภาคภูมิ’ กลับลำ แฉนายเก่า ถ่ายคลิปแบล๊กเมล์ ป.ป.ช.นาทีส่งทอง ส่งให้ ปปป.เป็นหลักฐานมัด ศาลอาญาออกหมายค้น 11 จุด พบทองแท่ง 120 บาท พบตัวพยานปากสำคัญคนรับทอง ส่งให้ ป.ป.ช.

กรณี ทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร. นำโดย บก.ปปป.ได้ไปขอหมายค้นต่อศาลอาญา รวม 11 จุดในพื้นที่ กทม.และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพบและยึดพยานหลักฐานที่มีความเชื่อมโยงกับคดีที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนดัง ได้ไปข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ใช้ให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำทองคำน้ำหนักประมาณ 246 บาท มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ไปให้นาย อ.กรรมการ ป.ป.ช. ที่เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนไต่สวนของบิ๊กโจ๊ก กับพวก เพื่อขอให้พ้นผิดคดีที่เส้นเงินคนใกล้ชิดไปโยงเกี่ยวกับเว็บการพนัน ในห้วงปี 2567 โดยพบว่ามีการถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน

 

ขณะที่การไต่สวนของป.ป.ช. นั้นอยู่ระหว่างการสรุปของอนุกรรมการ กำลังส่งให้ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา แต่ห้วงดังกล่าวหานั้น กรรมการ ป.ป.ช. เกษียณอายุราชการ พ้นจากตำแหน่งไปหลายคน  ทำให้องค์ประชุมไม่ครบไม่สามารถประชุมกันได้ จนสุดท้ายก็ยังไม่สามารถนำเรื่องการไต่สวน เข้าสู่การประชุมได้

Advertisement

โดยแหล่งข่าวแจ้งว่า หลังจากนั้น บิ๊กโจ๊กก็ได้เร่งรัดกดดันมาโดยตลอด จนสุดท้ายมีความพยายามติดต่อขอคืนทองคำให้กับบิ๊กโจ๊ก แต่ก็ยังไม่มีการคืนทองคำกันได้ จนในที่สุด บิ๊กโจ๊กได้ออกมากดดัน กล่าวหาตำรวจว่าเป็นองค์กรอาชญกรรมเเละเรื่องส่วย ในส่วนคดีตนเองก็พยายามโยนความผิดให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และ พ.ต.ท.คริษฐ์ ในทุกๆ เรื่อง เพื่อให้ตนเองพ้นผิด

‘สุดท้าย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ทนไม่ไหว’ จึงนำคลิปการนำทองไปมอบให้กับนาย อ. มามอบให้กับทีมตำรวจ บก.ปปป. พร้อมให้รายละเอียดในทางคดี รวมถึงบอกเล่า หรือที่เรียกว่าแฉพฤติกรรมต่างๆ ของบิ๊กโจ๊กที่บิดเบือนข้อเท็จจริงในหลายประเด็น

แฟ้มภาพ

โดยระบุชัดว่า ข้อเท็จจริงในหลายประเด็นไม่ได้เป็นตามที่บิ๊กโจ๊กเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและสังคม เป็นการดิสเครดิตองค์กรตำรวจ พนักงานสอบสวน บก.ปปป.จึงได้รวบรวมหลักฐาน และเสนอต่อศาลอาญาเพื่อขอออกหมายค้น รวมทั้งสิ้น 11 จุด ในพื้นที่ กทม.และ จ.สุราษฎร์ธานี

โดยผลการตรวจค้นในเบื้องต้น พบทองคำแท่ง น้ำหนักประมาณ 120 บาท อยู่ในบ้านพักของลูกน้องคนสนิท ของ นาย ส.อดีต อนุกรรมการ ป.ป.ช. ใ ซึ่งนาย ส.เป็นบุคคลที่เคยถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ช่วยเหลือ บิ๊กโจ๊กในเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จกรณีเงินมาซื้อปืน ที่อ้างว่าได้มาจากค่านายหน้าขายพระระหว่างเฮียอั้ง เมืองชล กับอดีตผู้ว่าฯ

ซึ่งต่อมา อดีตผู้ว่าฯก็ให้การยืนยันว่า ไม่เคยขายพระได้เงินจำนวนมากเหมือนที่บิ๊กโจ๊กให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.ไว้ และยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ ทีมตรวจค้นยังพบหลักฐานเด็ดเป็นเอกสารเกี่ยวกับการซื้อทอง และเอกสารที่สำคัญหลายรายการ

ที่สำคัญยังพบพยานบุคคลคนสำคัญ ที่เป็นคนรับทองจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ที่ให้การซัดทอดว่า ได้ส่งมอบทองดังกล่าวให้กับนาย อ. กรรมการ ป.ป.ช.ที่ไปด้วยกันในรถทันที ตรงนี้ ถือเป็นพยานปากสำคัญในคดีนี้ที่ให้การมัดตัว นาย อ. กรรมการ ป.ป.ช.อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

นอกจากนี้ ทีมตรวจค้นยังพบเอกสารสำคัญอีกหลายๆ รายการ ที่อาคารสำนักงานให้เช่า ที่อาคาร รัชดาวัน ชั้น 2 ถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามศาลอาญา ซึ่งเป็นสถานที่ที่บิ๊กโจ๊กได้ใช้เป็นวอร์รูมในการต่อสู้คดี และเป็นสถานที่ที่ทนายตั้ม ทนายอู๊ด และทีมกฎหมายของอดีตอนุกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงลูกน้องของบิ๊กโจ๊ก ใช้เป็นสถานที่ช่วยกันวางแผนต่อสู้คดี

รวมทั้งการวางเเผนให้นางสาวพิมพ์วิไล ปล้องอ่อน คนทำบัญชีเว็บพนันมินนี่ ไปกล่าวหาบุคคลต่างๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวหน้าสื่อ ในการประชุม กมธ.ความมั่นคงฯ ที่มีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน โดยมีทีมทนาย และลูกน้องของบิ๊กโจ๊กเขียนสคริปต์ให้

นอกจากนี้ ยังมีการพบผังเส้นเงินที่ทำไว้ในห้องวอร์รูมดังกล่าวนี้ด้วย ขณะที่ตรวจค้นยังมีรายงานว่า บิ๊กโจ๊กได้เข้าไปกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เก็บรวบรวมหลักฐานที่อาคารรัชดาวัน ชั้น 2 ถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามศาลอาญาดังกล่าวอีกด้วย