ชาวพิษณุโลก พ้อ อะไรๆ ก็แพง เสียดาย ‘คนละครึ่งพลัสเฟส 2’ หวังรบ.ใหม่ ช่วยค่าเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาล อยากให้ชนบทมีรถเมล์สะดวกเหมือนกรุงเทพ
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้มีหยุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 -4 มกราคม 2569 โดยตลอดทั้งวันมีผู้โดยสารทยอยเดินทางมา เตรียมตัวขึ้นรถโดยสาร รวมถึงต่อคิวซื้อตั๋ว เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา
ซึ่งทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เที่ยวไป – กลับ อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 100,000 – 120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) ประมาณ 6,000 เที่ยว และ บขส. ได้จัดรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเสริม 30) ประมาณ 800 – 1,000 คัน เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถาม นางเฟื่องฟ้า กันทะสอน อายุ 41 ปี พนักงาน บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) ในเครือ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (Thai Union) เปิดเผยว่า ตนทำงานใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยวันนี้เดินทางมาซื้อตั๋วกลับบ้านเกิด ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พร้อมกับสามีและบุตรชายอายุ 6 ขวบ
โดย นางเฟื่องฟ้า ยังเปิดเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาทำงานในกรุงเทพฯ เนื่องจากงานที่บ้านรายได้ไม่ดีนัก จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองหลวง

เมื่อถามว่า ในช่วงนี้อยู่ในบรรยากาศเตรียมเลือกตั้งทั่วไป มองว่าอะไรคือปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข ?
นางเฟื่องฟ้าเปิดเผยว่า ประเทศไทยตอนนี้ ปัญหาที่ต้องแก้หลักๆ เลยคือ เศรษฐกิจและการเงิน ประชาชนรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพมันแพงขึ้น เราต้องส่งลูกเรียนด้วย ตอนนี้เข้าเรียนแล้ว อยู่ ป.1 มันมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นกว่าตอนที่เราตัวคนเดียว
“ทุกเดือนบางทีก็พอ บางทีก็ไม่พอ คำนวณจากค่าใช้จ่ายเอา บางเดือนต้องเซฟ ของที่ไม่จำเป็นก็ลดการซื้อให้น้อยลง อย่างช็อปปิ้งจากที่เคยเอฟ ซื้อเสื้อผ้า ก็ลดตรงนี้ลงไป”
“ในช่วงปี ถึงสองปีมานี้รู้สึกว่าเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง การใช้จ่ายเราต้องคิดมากขึ้น อันไหนที่ประหยัดได้ก็ประหยัด เรื่องกิน เที่ยว ช็อปปิ้งก็ประหยัดลง ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ยังดีที่เรามีสิทธิประกันสังคม” นางเฟื่องฟ้ากลาว

เมื่อถามถึงของขวัญปีใหม่ที่อยากได้จากรัฐบาลชุดใหม่ บางคนอยากให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เงินเดือนเพิ่ม ให้สิทธิชุมชน สิทธิแรงงาน ลดค่าน้ำค่าไฟ ส่วนตัวมองว่านโยบายแบบไหนที่ถ้าเกิดขึ้นได้ น่าจะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้มาก ?
นางเฟื่องฟ้ากล่าวว่า จริงๆ ก็อยากมีเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นอีกหน่อย ลดค่าครองชีพลง คือตอนนี้รายจ่ายมันเพิ่มขึ้นแต่ค่าครองชีพมันเท่าเดิม รายรับไม่พอกับรายจ่าย อะไรก็แพง ก๋วยเตี๋ยวเดี๋ยวนี้ 35-40 บาท ไม่มีแล้ว ก็เป็น 50 กับ 60 กี่ปีแล้วที่ไม่ได้โบนัส เขาก็เคยมีนะ แต่ปีนี้บริษัทงด ด้วยความที่ขายสินค้าออกได้ไม่เยอะ ไม่ได้ผลกำไรตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็เลยชะลอโบนัสไว้ก่อน แต่เขาจะมีให้กลางเดือนมีนาฯ หรือเปล่าไม่แน่ใจ อาจจะมีเดือนครึ่ง หรือ 0.5 0.8 อะไรอย่างนี้

เมื่อถามต่อว่า ได้ฟังวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกฯ บางหรือไม่ พอจะมีคนไหนที่โดนใจ ?
นางเฟื่องฟ้าเผยว่า อันนี้ไม่ได้ติดตามเลย ส่วนมากช่วงนี้มีแต่ข่าวรบ (สถานการณ์ไทย-กัมพูชา)
เมื่อถามต่อว่า ถ้าเลือกได้ ไถหน้าฟีดแล้วอยากเห็นข่าวอะไร นโยบายแนวไหน ?
นางเฟื่องฟ้าเปิดเผยว่า อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น เรียนฟรี แต่เสียค่าอย่างอื่นอีกอยู่ดี ค่าบำรุง ค่าชุด ค่าอะไร หลักๆ ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ไม่ต้องเก็บค่าโดยสารเด็ก
“อย่างวันนี้กำลังจะเดินทางกลับบ้านด้วยการนั่งรถทัวร์ ลูกพี่ก็ต้องเสียค่าตั๋ว แต่อันที่จริงแล้วถ้าไม่ถึงเกณฑ์ เราอยากให้วัดค่าจากอายุเด็ก คือจะเก็บเท่าคนโตไม่ได้ เขาบอกว่า ‘สิทธิเด็กก็เสียที่นั่งเหมือนกัน’ เพิ่งเคยเจอครั้งนี้ ปกติที่ผ่านมาไม่เคยเสีย ไม่รู้ว่าเขาเริ่มเก็บตอนไหน ไม่ได้นั่งรถทัวร์กลับบ้านนานด้วย ติดป้ายบอกหน่อยก็ได้

เด็กกับผู้สูงอายุ ควรจะงดเว้น เรายังถามอยู่เลยว่า “เด็กก็เก็บหรอคะ?” ถ้าจะเก็บก็ควรจะเก็บอีกเรทนึง แต่คิดเท่าคนโต 400 กว่าบาท เก็บแบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ ช่วงเทศกาล ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่”
“ถ้าขอได้ ก็อยากจะให้ช่วยค่ารถ การเดินทางเป็นของขวัญปีใหม่ เพราะไม่ใช่แค่เรา มันเป็นสิทธิของคนอื่นๆ ที่เขามีลูกมาด้วย ก็โดนเหมือนกัน กลายเป็นค่าใช้จ่ายเราต้องเพิ่มขึ้นไปอีก”
นางเฟื่องฟ้า ชี้ว่า อย่างบางคนไม่มีรถกลับ เพราะจองไม่ทัน ส่วนตัวก็ไม่ได้จองล่วงหน้าเมื่อมาถึงหมอชิต 2 ก็พบว่าเที่ยวรถเต็มเช่นเดียวกัน เราจะกลับพิษณุโลก ไปถามหลายบริษัทก็เต็มกันหมด แต่ตอนนี้ได้รถแล้วไปสายเหนือ อุตรดิถต์ นั่งไปลงหน้าโรงพยาบาลแล้วเรียกให้ญาติมารับ

“บางทีพอเราซื้อตั๋วขึ้นรถทัวร์ คือมันเต็มแทบทุกสาย เราก็เลยคิดย้อนไป แต่ก่อนไม่เต็มขนาดนี้ เพราะประชากรล้นเกิน หรือเขาเลือกที่จะเดินทางแบบนี้”
“เราก็แอบคิดเหมือนกัน เพราะแหล่งงานในจังหวัดตัวเอง มันหากยากหรือเปล่า เพราะปกติกลับพิษณุโลกแค่นี้ ถึงเราไม่จอง ก็มีรถตลอด แต่อันนี้มันเริ่มเต็ม คนเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน” นางเฟื่องฟ้าเผย
เมื่อถามถึงการเดินทางในจังหวัด อย่างเมืองรอง จากประสบการณ์ที่เดินทางค่อนข้างยาก เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ อยากเสนออะไร?
นางเฟื่องฟ้าเผยว่า อยากเสนอให้มี ‘รถเมล์ประจำทาง’ เราจะได้ไม่ต้องนั่งรถสองต่อ ทอดเดียวถึงหมู่บ้านเลย
“แต่ถ้าอย่างเรานั่งถทัวร์ ลงจากรถแล้ว ต้องไปต้อรถเข้าหมู่บ้านอีก เราอยากมีรถทอดเดียวแล้วถึงเลย จะได้ไม่ต้องเบียดกัน” นางเฟื่องฟ้าเผย

เมื่อถามว่า กลับบ้านครั้งนี้จะรอไปเลือกตั้งด้วยไหม มีเกณฑ์อะไรในใจในการเลือกผู้แทนฯ ?
นางเฟื่องฟ้ากล่าวว่า ตั้งใจว่าจะกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีแคนดิเดตในใจ อย่างที่บ้านเราถ้าผู้นำคนไหนที่เขาทำงานดี เป็น อบต. ช่วยเรื่องบฯ เข้ามาพัฒนาหมู่บ้าน เรื่องน้ำประปาที่ขาดแคลน ถ้ามีผู้นำที่ดีเราก็จะไปเลือกเขา วัดจากผลงาน รอบนี้มีคนในหมู่บ้านที่ลงสมัครด้วย 2-3 คนที่เราเชื่อใจได้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
เมื่อถามต่อว่า รู้หรือไม่ว่ารอบนี้มีการทำ ‘ประชามติ’ เป็นคำถามพ่วงในการเลือกตั้ง โดยสอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?
นางเฟื่องฟ้าระบุว่า ส่วนตัวก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเหมือนกัน ได้ยินแว่วๆ ช่วงต้นปีเลย แต่ช่วงหลังๆ เราไม่ได้ยินข่าวคราวเรื่องนี้
“นายกฯ ก็ยุบสภาไปแล้ว แต่ที่เสียดาย คือ ‘เราไม่ได้คนละครึ่ง+ เฟส 2’ กำลังจะได้แล้ว ก็ไม่ได้ เฟสแรกคนเขาได้ไปแล้ว เราลงทะเบียนไม่ทันก็เลยรอรอบสอง พอถึงรอบสอง คุณบอกยุบสภา เราเลยไม่ได้ เอ้า! มันไม่ยุติธรรมนะ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้มีอีกรอบ มันควรจะได้ทุกคน” นางเฟื่องฟ้าเผย

เห็นด้วยกับการลงทะเบียน รับสิทธิไหม ?
นางเฟื่องฟ้ากล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากให้โอนเงินเข้าบัญชี ตามบัตรประชาชนก็ได้
“เหมือนยุคของนายกฯ อภิสิทธิ์ หรือลุงตู่นี่แหละ เขาก็โอนให้เลย การที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน มาถูกทางแล้ว เพียงแต่อยากให้ได้รับสิทธธิทุกคน” นางเฟื่องฟ้ากล่าวทิ้งท้าย


