เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 186 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาต่อแถวรอกราบถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ศุภักษร ศรีเทียมเงิน อายุ 49 ปี ชาว จ.มหาสารคาม แต่มาอาศัยอยู่กรุงเทพฯ กล่าวว่า มาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 6 แล้ว หลังจากสักการะครั้งแรกรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก จึงตั้งใจว่าจะมากราบสักการะเรื่อยๆ เพราะคิดถึงพระองค์ตลอด รักพระองค์ทุกอย่างที่ทรงเป็น เนื่องจากสิ่งที่พระองค์ทรงทำนั้นเป็นสิ่งดีๆ ที่เราควรทำตามทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง ความไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย พอใจในสิ่งที่เรามี มีมากก็แบ่งปันให้คนอื่น
ด้านนางบุญเรือน ชุ่มชื่น อายุ 55 ปี ชาว จ.พิจิตร มาพร้อมกับนางยูเราะ มะหะจิ อายุ 84 ปี ชาว จ.ปัตตานี กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตคลองสามวาตั้งแต่ตี 5 ได้กราบพระบรมศพตอน 9 โมงเช้า รู้สึกว่ามีบุญที่ได้มากราบ รู้สึกตื้นตันใจเหมือนจะร้องไห้ เพราะคิดถึงพระองค์ ยังคงคิดถึงเสมอ ที่ผ่านมาประทับใจโครงการพระราชดำริของพระองค์ทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการบำบัดน้ำเสียที่ทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับมลพิษ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงทำให้กับปวงชนชาวไทย
ด้านนางยูเราะ มะหะจิ กล่าวว่า เดินทางมาจากปัตตานีโดยรถไฟ ตั้งใจมากราบพระองค์ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อได้กราบแล้วรู้สึกตื้นตัน รักพ่อหลวงมาก ทรงทำทุกอย่างเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอด 70 ปี
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม หลังสำนักพระราชวังปิดในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 31,785 คน รวม 185 วัน มี 6,796,256 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,850,756.50 บาท รวม 185 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 543,522,589.76 บาท



