กระทรวงวิทย์ ย้ำพ.ร.บ.นิวเคลียร์ ไม่เดือดร้อนประชาชน ซ้ำเพิ่มคุณภาพชีวิต

7.05.17 | 13:38 น.
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม

วันที่ 7 พฤษภาคม รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มทันตแพทย์บางส่วนมีความกังวลว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากอาจมีทันตแพทย์บางส่วนกลัวความเสี่ยงที่อาจจะกระทำผิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ เลยงดใช้เครื่องกำเนิดรังสีกับผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยไปเอกซเรย์ที่อื่นแทน ทำให้ประชาชนได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้นนั้น ว่า ตนขอชี้แจงว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งหวังในการยกระดับและรักษามาตรฐานการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสีให้เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานสากลตามที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กำหนดไว้ และสอดคล้องกับกฎหมายกำกับดูแลเครื่องกำเนิดรังสีของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลี ยุโรป อินเดีย มาเลเซีย และออสเตรเลีย ซึ่งมีจุดประสงค์หลักคือคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์และรังสี จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีการขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีทุกประเภทที่มีค่าพลังงานเกิน 5 keV จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลและพิทักษ์ความปลอดภัยจากผลกระทบทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ

​ปลัด วท.กล่าวว่า เครื่องกำเนิดรังสีทุกประเภททั้งในอุตสาหกรรม การศึกษาวิจัย การรักษาความปลอดภัย หรือในทางการแพทย์ ยกตัวอย่างเครื่องกำเนิดรังสีทันตกรรมมีค่าพลังงานอยู่ที่ 60 – 120 keV ก็ต้องได้รับการควบคุมอย่างรัดกุม เพราะหากไม่มีการกำกับดูแลและเกิดมีการใช้เครื่องกำเนิดรังสีอย่างไม่มีมาตรฐาน ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนได้ โดยทาง ปส. เองก็ได้คำนึงถึงความสมเหตุสมผลในกระบวนการกำกับดูแลและมีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขออนุญาต โดยเฉพาะในกรณีของทันตแพทย์ เช่น การให้ทันตแพทย์ที่ผ่านการเรียนรู้ด้านรังสีมาพอสมควร สามารถได้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยรังสี (RSO) ได้เลยโดยการเทียบวุฒิ จึงไม่จำเป็นต้องจ้าง RSO เพื่อมาดูแลเครื่องโดยเฉพาะ แต่จะต้องมีการทบทวนความรู้ให้ทันกับมาตรฐานความปลอดภัยที่พัฒนาอยู่เสมอ และยังสามารถแจ้งตรวจสภาพเครื่องและขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตได้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ส่วนค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตเป็นผู้ครอบครองและผู้ดูแลเครื่องตกปีละแค่หลักร้อย อีกทั้งหากมีการเข้าไปตรวจที่คลีนิคก็จะมีการแจ้งล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง และหากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะตักเตือนก่อน หากครบ 3 ครั้งถึงจะส่งศาลให้พิจารณาโทษ ซึ่งในปัจจุบันมีทันตแพทย์จำนวนมากรวมถึงคลินิกขนาดเล็กที่มีใบอนุญาตกับ ปส. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานได้อย่างไม่ส่งผลกระทบต่อการให้การวินิจฉัย การรักษา หรือค่าใช้จ่ายต่อผู้ป่วยแต่อย่างใด