สปสช.จับมือ คร. จัด ‘วัคซีนเอชพีวี’ ป้องกันมะเร็งปากมดลูก กระจายกลุ่ม เด็ก ป.5 เข็มแรก ก.ค.นี้

7.05.17 | 14:02 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยความเห็นชอบจากรัฐบาล ได้จัดงบประมาณจำนวนหนึ่ง สำหรับการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีนเอชพีวี (HPV) เพื่อฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายหลังเมื่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติเห็นชอบและให้บรรจุวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายฯ ผ่านทางกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อจัดหาวัคซีนเอชพีวีเพิ่มเติมฉีดให้ครอบคลุมนักเรียนหญิง ป.5 ทั้งหมด ซึ่งเป็นวัยเหมาะสมที่สุดในการรับวัคซีนนี้

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา คร. และ สปสช.ได้ร่วมกันจัดหาวัคซีนเอชพีวีเพื่อฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 400,000 คน งบประมาณรวมกว่า 144 ล้านบาท โดยในส่วนของ สปสช.ดำเนินการจัดหาวัคซีน 226,660 โด๊ส งบประมาณภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 85 ล้านบาท และ คร.ดำเนินการจัดหาวัคซีน 173,340 โด๊ส งบประมาณ 58.9 ล้านบาท ขณะนี้ทั้งสองหน่วยงานร่วมมือกันสื่อสารไปยังหน่วยบริการ และประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนและผู้ปกครองเพื่อรับทราบข้อมูลการรับวัคซีนเอชพีวี คาดว่าจะให้บริการวัคซีนเอชพีวีเข็มแรกในช่วงเปิดเทอม ประมาณเดือนกรกฎาคม 2560 และเข็มที่ 2 ในเทอมสองห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ2561 บอร์ด สปสช.โดยมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานได้เห็นชอบให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับเด็กหญิงชั้น ป.5พร้อมอนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดซื้อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การลดอัตราเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทย

ทั้งนี้ มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม โดยข้อมูลปี 2553-2555 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าอุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยอยู่ที่ 14.4 ต่อแสนประชากรหญิง หรือ 6,426 รายต่อปี ทั้งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ1 ในหญิงไทย สาเหตุเกิดจากเชื้อเอชพีวี ซึ่งติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณปากมดลูกเรื้อรังและเซลล์บริเวณปากมดลูกเจริญผิดปกติ โดยเฉพาะในสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทยสูงถึงร้อยละ 70 อย่างไรก็ตาม ยังมีเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์อื่นทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นระยะ ยังมีความจำเป็นในการป้องกัน

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา