หน้าแรก ในประเทศ ไม่กลัวบาป! โ...

ไม่กลัวบาป! โจรพิการขากับพวกงัดศาลาวัดดังพิษณุโลก ขโมยเงินตู้บริจาค

7.05.17 | 16:13 น.

ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม กล้องวงจรปิดจับภาพชัด มัดตัวหนึ่งในคนร้ายเป็นชายพิการใส่ขาเทียม กับพวก บุกงัดศาลาการเปรียญ วิหารหลวงพ่อนอน วัดทองหลาง หมู่ 1 ต.ตะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขโมยเงินในตู้บริจาคหลบหนี วัดเผยเคยถูกขโมยจึงติดกล้องวงจรปิดไว้เมื่อ 2 เดือนก่อน


เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ร.ต.ต.นิติทัศ ชูเกียรติยั่งยืน รอง สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจตำบลมะขามสูง ได้รับแจ้งจากนายโกมล ยิ้มมา อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านทองหลาง ว่ามีคนร้ายเข้ามางัดวิหารหลวงพ่อนอนเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในวัดทองหลาง หมู่ 1 ต.ตะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีคณะกรรมการวัดและชาวบ้านกำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บนศาลาการเปรียญ ก่อนจะพากันไปชี้จุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุภายในวิหารหลวงพ่อนอนซึ่งอยู่ใกล้กัน พบว่าประตูบานไม้ด้านหน้าวิหารที่มีโซ่กุญแจคล้องไว้อย่างแน่นหนา ถูกคนร้ายใช้ของแข็งงัดจนนอตหลุดกระเด็นร่วงตกอยู่ที่พื้น นอกจากนี้ยังมีตู้บริจาคที่ตั้งอยู่ด้านหน้าองค์หลวงพ่อนอนก็ถูกคนร้ายงัดตู้จนพังเสียหาย และคนร้ายขโมยเศษเงินเหรียญและเงินธนบัตรชนิดต่างๆ ประมาณ 1,500 บาท ซึ่งขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดภายในวิหารสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

เบื้องต้นจากการสอบสวนนายบัญญัติ ภูอาบทอง อายุ 28 ปี คณะกรรมการวัดทองหลาง ให้การว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการวัดทราบเรื่องจากพระลูกวัดที่ดูแลวิหารหลวงพ่อนอน แต่วันเกิดเหตุยังไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ เนื่องจากพระอธิการพิทักษ์ สุธรรมโม เจ้าอาวาสวัดทองหลางไม่อยู่วัด จึงปรึกษาหารือกับทางคณะกรรมการวัดให้รอเจ้าอาวาสกลับมาก่อน แล้วจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบในวันนี้ พร้อมกับเปิดกล้องวงจรปิดคืนวันเกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู พบว่ามีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน อายุระหว่าง 25-30 ปี ใช้ของแข็งงัดประตูเข้ามาในวิหารหลวงพ่อนอนช่วงกลางดึกปลอดคน ซึ่งหนึ่งในคนร้ายเป็นชายพิการใส่ขาเทียมข้างซ้ายคอยดูต้นทางเอาไว้ ส่วนคนร้ายอีกรายลงมืองัดตู้บริจาคอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบเงินในตู้ออกไปจนเกลี้ยงแล้วหลบหนีหายไปกับความมืด

นอกจากนี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันถึง 2 ครั้ง แต่ขณะนั้นทางวัดยังไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ทางคณะกรรมการวัดจึงตัดสินใจซื้อกล้องวงจรปิดมาติดไว้ภายในวิหารหลวงพ่อนอนดังกล่าว กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์คนร้ายเข้ามางัดวิหารหลวงพ่อนอนอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งคนร้ายย่ามใจไม่เกรงกลัวต่อบาป ชาวบ้านจึงพากันสาปแช่งให้ตกนรก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement