กองทัพ เรียกร้องประชาคมโลก ดูข้อเท็จจริง มากกว่า โฆษณาชวนเชื่อ ย้ำ ไทยมีหลักฐานชัด กัมพูชา รุกอธิปไตย ก่อนหยุดยิง โจมตีพลเรือนไทย เข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม-ทิ้งศพทหาร
เมื่อวันที่ 4 มกราคม ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุถึงการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและมนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชาละเมิดอธิปไตยของไทย ก่อนที่ได้มีข้อตกลงหยุดยิงว่า ประเทศไทยมีหลักฐานว่ามีกำลังติดอาวุธของกัมพูชา เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ซึ่งไทยใช้อำนาจอธิปไตย และการปกครองอย่างต่อเนื่อง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ กัมพูชายังนำกำลังทหาร อาวุธ หรือคลังยุทโธปกรณ์ไปตั้งในพื้นที่พลเรือน เป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือน (Civilian Protection) และเข้าข่ายการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ (Human Shield) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
พร้อมยืนยันว่า การโจมตีจากพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ไม่เพียงทำให้พลเรือนของตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังเป็นการจงใจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบโต้ ซึ่งขัดต่อหลักความระมัดระวัง (Precaution) อย่างร้ายแรง
โดยฝ่ายไทยมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ชุมชน ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นเป้าหมายทางทหาร การโจมตีเช่นนี้เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
อีกทั้งการยั่วยุทางทหารอย่างเป็นระบบ เช่น การเคลื่อนกำลังติดอาวุธ การยิงข้ามแดน หรือการละเมิดแนวหยุดยิงเข้าข่ายการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
ส่วนที่กัมพูชาไม่เก็บกู้ศพทหารของตนเอง ซึ่งตามกฎหมายมนุษยธรรมกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องค้นหา เก็บกู้ และปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การละเลยหน้าที่นี้ เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
พร้อมทั้งยอมรับว่า ไทยยังคงถูกกล่าวหาทั้งที่ปฏิบัติตามมนุษยธรรม เนื่องจากความขัดแย้งสมัยใหม่การสื่อสารและสงครามข่าวสารถูกใช้ควบคู่การทหาร ข้อกล่าวหาบางประการ จึงถูกนำเสนอ โดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วน ขณะที่ประเทศไทยยึดหลักว่าข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม และที่ผ่านมาประเทศไทยเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ พิจารณาสถานการณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศหลักมนุษยธรรม และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่จากการบิดเบือนข้อมูล หรือการโฆษณาชวนเชื่อ

