สืบ ตม.แจงปม อัจฉริยะ แฉห้องกักสวนพลู ปล่อย พงส.เบิกจีนเทา อ้างหมายจับโรงพัก ชี้ นครบาลตั้งกก.สอบแล้ว
สืบเนื่องจากกรณีปรากฎการเผยแพร่ข่าว ผ่านช่องทางสังคมโซเชียล โดย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ได้มีการนำเสนอว่ากระบวนการ การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับคนต่างด้าวที่รอการส่งกลับในสถานกักตัวคนต่างด้าว โดยพนักงานสอบสวนในสังกัดตำรวจนครบาล และมีการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นจำนวนเงินหลายพันล้านบาท เพื่อไม่ให้คนต่างด้าวกลุ่มนี้ ถูกส่งกลับไปยังประเทศจีน โดยมีการร่วมมือกันหลายหน่วยงานทั้งกระบวนการยุติธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และเป็นเครื่องมือของกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้เกี่ยวข้องได้แก่ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ ตม และศาล
กรณีดังกล่าวนั้น วันนี้ วันที่ 12 มกราคม พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติกุล โฆษก บก.สส.สตม. ได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.ได้ทราบเรื่อง และสั่ง ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว
โดยเฉพาะ ผู้ต้องกักสัญชาติจีน รายที่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดหน่วยงานอื่นนอก สตม. ได้นำหมายจับของศาล มาดำเนินการจับกุมคนต่างด้าวที่อยู่ระหว่างถูกกักรอการส่งกลับ ออกไปดำเนินคดีก่อนการส่งกลับ
ซึ่งจากการตรวจสอบปัจจุบันมีจำนวนคนจีนที่รอการถูกส่งส่งกลับ ซึ่งถูกพนักงานสอบสวนจากหน่วยงานต่างๆ ขอรับตัวไปดำเนินคดีตามหมาย ตั้งแต่ ปี 2564-2568 จำนวนทั้งสิ้น 131 ราย โดยทางกองบัญชาการที่ขอรับตัวไปดำเนินคดี ยังไม่ได้นำตัวกลับมาส่งห้องกักเพื่อเข้าสู่การผลักดันส่งกลับแต่อย่างใด ซึ่งเป็นรายละเอียดในส่วนของพนักงานสอบสวนตามกระบวนการแต่ละคดี ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว ในปี 2568 มีคนต้องกักสัญชาติจีน ที่ถูกพนักงานสอบสวนโรงพัก นำหมายศาลขอเบิกตัวไปดำเนินคดี จำนวน 8 คน โดยถือว่า คนต่างด้าวดังกล่าว ต้องอยู่ในความรับผิดชอบในการควบคุมตาม ป.วิ อาญา ของพนักงานสอบสวนที่รับตัวจาก ห้องกัก ตม.ไปทุกราย
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการดำเนินคดีจนผู้ต้องหาต่างชาติดังกล่าว ถูกตัดสิน และลงโทษจนคดีสิ้นสุดลงแล้ว พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี จะต้องนำตัวคนต่างด้าวนั้น ส่งกลับมาห้องกัก เพื่อเตรียมผลักดันส่งกลับต่อไป
โดยการขอรับตัวไปดังกล่าว ทาง กองกำกับการ 3 บก.สส.สตม.ได้ตรวจสอบแล้วทุกราย ล้วนมีหนังสือจากหน่วยตำรวจ โดยเฉพาะสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบัญชาการต่างๆ พร้อมหมายจับศาลยืนยันตัว ซึ่ง กองกำกับการ 3 ฯ มีหน้าที่ต้องส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตามคำขอทุกราย ตาม ป.วิ.อาญา ซึ่งหากปฎิเสธ ย่อมขัดหมายศาล และอาจถูกดำเนินคดีฐานละเว้นได้
ส่วน ผู้ต้องกักคนจีน 2 ราย ที่นายอัจฉริยะมีการระบุชื่อไว้ คือ นาย Ma Guangxue และ นายเสี่ยวหลง (Xiao Long) ผลการตรวจสอบพบว่า นาย Ma Guangxue ทาง สถานีสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากได้นำตัวส่งมอบคืน และ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการผลักดันส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 โดยสถานทูตจีน ได้มีหนังสือ ที่ DLO015/25 แสดงความขอบคุณมายัง ผบช.สตม. ลงวันที่ 30 มกราคม 2568 ในการ ติดตามและผลักดันคนต่างด้าวรายดังกล่าวกลับประเทศจีน โดย สตม. ได้ให้ความร่วมมือไปประสานงานเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ทาง บก.สส.สตม. ได้มีหนังสือเร่งรัดติดตามไปที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบัญชาการอื่นๆ เพื่อเร่งรัดติดตามผล โดยย้ำว่าเมื่อคดีเสร็จสิ้นให้นำตัวส่งคืนยัง สถานกักตัวคนต่างด้าว บก.สส.สตม.
หากหน่วยนั้นไม่สามารถนำส่งคืนได้ หรือไม่สามารถชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถส่งคืนได้ ทาง บก.สส.สตม ก็ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย และวินัย ต่อผู้รับผิดชอบในหน่วยนั้นๆต่อไป
ทั้งนี้ หลังปรากฎข่าว ทาง ผบก.สส.สตม.ได้ สั่งคุมเข้มระบบการเบิกตัวตามหมายจับจากหน่วยต่างๆ โดยทราบข้อมูลจากนายอัจฉริยะฯ ระบุว่า ทาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ซึ่งหลังจากนี้ ต้องลงไปตรวจสอบว่า การกระทำดังกล่าว มีการกระทำใดที่เกี่ยวโยงกับ จนท.ตม.ห้องกัก โดยทุจริตหรือไม่ อย่างไร หากพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีทั้งวินัย และอาญา อย่างถึงที่สุด

