ดีเอสไอลุยค้น ยโสธร 3 จุด ขยายผลเครือข่ายฮั้วประมูล ผ่านระบบอี-บิดดิ้ง

8.05.17 | 19:45 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และกำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร บุกเข้าตรวจค้นพร้อมจับกุมนายภู หรือเสี่ยหน่อย ภูช่อธรรม อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดยโสธร ภายในห้องทำงานของร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งใน ต.สำราญ อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฮั้วประมูลในระบบประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล และความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนส่งตัวไปฝากขังไว้ที่ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร ตามที่ได้เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ประวุฒิ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยกำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 บุกเข้าตรวจค้น 3 จุดที่สงสัยว่ามีส่วนเชื่อมโยงในการฮั้วประมูลเนื่องจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทราบว่ายังมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและรับงานต่อจากนายภู หรือเสี่ยหน่อย ภูช่อธรรม อยู่หลายคนที่มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ยโสธร

โดยจุดแรกเข้าตรวจค้นที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิทธิแสงการช่าง เป็นของนายเฉลิมพล หรือโอเล่ สิทธิแสง อายุ 35 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว เลขที่ 324 หมู่ 9 ต.เขื่องคำ อ.เมือง จ.ยโสธร เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในการเชื่อมโยงในการฮั้วประมูลงาน ซึ่งจากการตรวจค้นภายในสำนักงาน พบเพียง น.ส.อริชา โพธิ์สาพิมพ์ อายุ 21 ปี ภรรยาของนายเฉลิมพล และลูกจ้างของบริษัทอีกหนึ่งคน โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังไม่สามารถระบุแน่ชัดว่าห้างหุ้นจำกัดสิทธิแสงการช่างเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันหรือไม่

จุดสองเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นที่ร้านยโสธรเครื่องเรือน ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกตลาดใหม่ ใจกลางเมืองยโสธร ซึ่งเป็นร้านของภรรยานายภู หรือเสี่ยหน่อย ภูช่อธรรม แต่ไม่สามารถเข้าตรวจค้นได้เนื่องจากร้านปิด ไม่พบว่ามีใครอยู่ภายในร้าน ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนบ้านข้างเคียง ทราบว่าทางร้านยโสธรเครื่องเรือนได้ปิดร้านก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงไม่กี่นาที

Advertisement

และจุดสุดท้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ควบคุมตัวนายภู หรือเสี่ยหน่อย ภูช่อธรรม จากค่ายทหารเพื่อนำเข้าตรวจค้นที่ร้านของนายภู ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบายพาสตรงข้ามตู้ยามตำรวจทางหลวงยโสธร ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องเรือนต่างๆ เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมอีก หลังจากที่เจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจค้นมาแล้วก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่ง โดยการตรวจสอบพบว่าภายในห้องทำงานของนายภูมีการซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่เข้ามาติดตั้งระบบใหม่แทนชุดเดิมที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไป