หน้าแรก ในประเทศ ฝุ่น PM2.5ถล่...

ฝุ่น PM2.5ถล่มกรุงเทพฯ เกินมาตรฐานแตะสีแดง-ส้ม กระทบสุขภาพ

14.01.26 | 06:05 น.

ฝุ่น PM2.5ถล่มกรุงเทพฯ เกินมาตรฐานแตะสีแดง-ส้ม กระทบสุขภาพ ชัชชาติชี้ชัดสาเหตุจากการเผาไหม้ของรถยนต์และก่อสร้างรถไฟฟ้าทำให้จราจรติดขัด

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง โดยกล่าวอัปเดตสถานการณ์ว่า วันที่ 14 มกราคม เป็นวันที่ กทม. ค่าฝุ่น PM2.5 น่าจะสูงที่สุดของปีนี้ ค่าฝุ่นสีแดงซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพพบใน 4 เขต อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในทั้งหมด ได้แก่ บางรัก ปทุมวัน สาทร และจตุจักร ค่าฝุ่นประมาณ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ส่วนพื้นที่อื่นอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพทุกเขต ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ หากออกไปข้างนอกควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ลดกิจกรรมและการอยู่ในที่แจ้ง

“หากสังเกตสถานการณ์ฝุ่นปีนี้จะมีรูปแบบแตกต่างจากปีก่อน เนื่องจากปีก่อน กทม. มีค่าฝุ่นสูงในเขตด้านนอกฝั่งตะวันออก เช่น มีนบุรี หนองจอก ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเผา แต่ขณะนี้ค่าฝุ่นสีแดงอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน คาดว่าน่าจะเป็นฝุ่นจากรถยนต์ และการก่อสร้างรถไฟฟ้าทำให้การจราจรติดขัด มีการสะสมของฝุ่นมากขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ช่วงนี้ค่าฝุ่นสูงมีหลายปัจจัย อาทิ อัตราการระบายอากาศต่ำต่อเนื่องมา 4 วัน เปรียบเสมือนอยู่ในห้องที่ปิดประตูหน้าต่าง ทำให้ฝุ่นสะสม ส่วนเรื่องการเผา กทม. พยายามลดมาโดยตลอด ต้องขอบคุณจังหวัดข้างเคียงที่ให้ความร่วมมือ เนื่องจากช่วงนี้จุดเผาในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีจำนวนมาก จังหวัดนครนายกแทบไม่มี อาจมีในจังหวัดปราจีนบุรีและประเทศเพื่อนบ้านบ้าง อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางคืนที่ผ่านมาอัตราการระบายอากาศต่ำมาก เฉลี่ยเหลือเพียงประมาณ 200 กว่าตารางเมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 2,000 ถือว่าต่ำมาก ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในช่วงกลางคืน แต่วันนี้อัตราการระบายอากาศจะดีขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ปีนี้สถานการณ์ฝุ่นโดยรวมดีขึ้นกว่าปีที่แล้วมาก โดยเดือนมกราคม ปี 2568 ค่าฝุ่นเฉลี่ยระดับสีส้มกว่า 20 วัน ขณะที่ปีนี้ผ่านมาครึ่งเดือนมีค่าเฉลี่ยระดับสีส้มเพียง 3 วัน ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักยังคงเป็นเรื่องรถยนต์ เนื่องจากยังมีรถที่ปล่อยควันเสียในกรุงเทพฯ จำนวนมาก รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งต้องช่วยกันหาทางแก้ไขต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ด้าน นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 มีปริมาณสูง จากข้อมูลสถิติประชาชนรับบริการคลินิกมลพิษออนไลน์ คือ ระบบทางหายใจ ร้อยละ 60 ระบบตาร้อยละ 36 ระบบผิวหนัง ร้อยละ 16 ระบบหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 10 ระบบหู คอ จมูก ร้อยละ 5 ส่วนระบบประสาท ยังไม่แจ้งยอด

Advertisement

นพ.อัครฐาน กล่าวว่า ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบระบบทางเดินหายใจ มีอาการไอ ส่งผลกระทบต่อระบบผิวหนัง ทำให้มีผื่น ส่งผลกระทบต่อตา ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ควรรู้จักวิธีการบรรเทาอาการต่างๆ เช่น 1.บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นทั้งในบ้านและนอกบ้าน เลี่ยงอาหารรสจัด ของทอด ของมัน และดื่มน้ำอุ่น น้ำขิงหรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง อาจกินผลไม้รสเปรี้ยว มะนาว มะขามป้อม สมุนไพรที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการไอ เช่น เหง้าขิง ดีปลี สัปปะรด บ๊วย มะแว้งเครือ ยาอมแก้ไอ ยาอมมะแว้ง กลั้วคอด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือเพื่อเพิ่มความชุ่มคอ และนอนหลับให้เพียงพอ 2.บรรเทาอาการทางผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น ถ้าต้องออกไปบริเวณที่มีฝุ่น มลพิษ

‘ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวปกคลุมร่างกาย เมื่อกลับเข้าบ้านหรือที่พักอาศัย ควรอาบน้ำด้วยสบู่อ่อนๆ ทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ไม่ควรแกะ เกา ผิวหนัง ถ้ามีผื่นคัน แนะนำให้กินยาแก้แพ้และทายาสเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของแพทย์ 3.บรรเทาอาการทางตา ควรสวมแว่นกันแดด กันฝุ่น และกันลมเมื่อออกจากบ้าน ถ้ามีเศษฝุ่นเข้าตา ไม่ควรขยี้ตา ควรหยอดน้ำตาเทียมหรือน้ำยาล้างตา หรืออาจล้างตาโดยใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาด” นพ.อัครฐาน กล่าว