รพ.เผยเหตุเครนหล่นทับรถไฟ 20 รายไฟไหม้ ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ภรรยาเยอรมันเศร้า สามีนั่งข้างดับ
วันที่ 15 มกราคม รายงานความคืบหน้ากรณีขบวน 21 รถไฟดีเซลรางด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี นำผู้โดยสาร 177 คน และพนักงาน 5 คน ออกเดินทางจากต้นทางสถานีกรุงเทพ ฯ ไปส่งปลายทางสถานีอุบลฯ ขณะขบวนรถซึ่งมี 3 ตู้โดยสาร กำลังแล่นด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วงผ่านหลักเสาโทรเลขรถไฟที่ 220/9 พื้นที่ก่อสร้างบ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ถูก segment หรือชิ้นส่วนของเครนก่อสร้างโครงการถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว โดยมี บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนด์ ผู้รับจ้าง หล่นลงมาจากความสูงจากพื้นดิน 9 เมตร ถูกตู้โดยสาร 2 และ 3 ในขณะขบวนรถวิ่งผ่านพอดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย สูญหาย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 64 ราย ตามที่เสนอข่าวมาเป็นลำดับ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องรักษาศพ รพ.มหาราช นครราชสีมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า หลายคนอยู่ในสภาพยังทำใจไม่ได้กับการเสียชีวิตแบบกะทันหัน เนื่องจากการโดยสารด้วยรถไฟถือเป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัยสูงสุด โดยญาติและผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับผู้เสียชีวิต ทยอยเดินทางมาพร้อมนำเอกสารหลักฐานทางราชการมาแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อติดต่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คอยอำนวยความสะดวก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ดำเนินการเยียวยาสภาพจิตใจผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
นพ.วิชาญ เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ 13 ราย ถ้าไม่ติดขัดอะไร โดยเฉพาะเอกสารทางราชการและญาติใกล้ชิด ก็สามารถดำเนินการได้ภายในวันนี้ หากพิสูจน์อะไรไม่ได้เลย จำเป็นต้องส่งตรวจดีเอ็นเอตรงกับญาติหรือไม่ กรณีนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งมี 20 ร่างถูกเพลิงไหม้ต้องใช้เวลาพอสมควร
การรับศพต้องเป็นไปตามกระบวนการ คือ แพทย์ลงความเห็นการตาย ความพร้อมญาติ และขั้นตอนทางกฎหมาย ประเทศไทยเคยเผชิญการพิสูจน์อัตลักษณ์มาหลายเหตุการณ์ ขอให้มั่นใจเราสามารถนำศพเข้าสู่อ้อมกอดของญาติได้
ล่าสุดได้รับการประสานจากนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิพุทธธรรมฮุก.31 นครราชสีมา สั่งการให้อาสาสมัครกู้ภัยฮุก.31 โคราช จัดเตรียมรถพยาบาลพร้อมโลงศพ เพื่อให้บริการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
“ทั้งนี้เคสแดง 11 ราย รักษาอยู่ที่ รพ.มหาราช ข่าวดีอาการเป็นสีเหลืองเกือบทั้งหมด โอกาสรอดชีวิตเกิน 80-90 % มี 2 ราย อาการ 50-50 เราใช้ทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและศักยภาพ รพ.แห่งนี้มีความพร้อมที่สุดในอีสานใต้ ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ซึ่ง 1 ใน 2 ราย เป็นเด็กหญิงอายุ 1 ปี 10 เดือน อาการโรคไม่สบายและอุบัติซ้ำซ้อนแต่เรารักษาเต็มที่” นายแพทย์ สสจ. กล่าว
นางแต๋ว อายุ 63 ปี ชาว ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้มาติดต่อขอรับศพ Mr.Friedrich Wilhelm อายุ 78 ปี สามีชาวเยอรมัน กล่าวว่า แต่งงานอยู่กินมากว่า 40 ปี โดย 2 ปีครั้งจะกลับมาเมืองไทย ครั้งนี้เพิ่งกลับมาได้ 4 วัน ตั้งใจจะไปเกาะสมุย แต่เปลี่ยนใจกลับมาบ้านก่อน ขณะเกิดเหตุตนและสามีนั่งอยู่ตู้ 3 สามีนั่งข้างหน้าต่าง ตนนั่งข้างทางเดิน แต่โชคร้ายเครนหล่นมาพอดีทำให้เสียชีวิตทันที ตนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำและเศษกระจกบาด


