ชาวจ.สกลนครปีติ ‘ในหลวงร.9’ เปลี่ยนแล้งด้วยเขื่อน ส่งเสริมการเกษตรด้วยโครงการหลวงเต่างอย

9.05.17 | 12:51 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทว่า ในวันนี้พสกนิกรจากทั่วทั้งประเทศยังคงทยอยเดินทางมาเข้าคิวกันอย่างไม่ขาดสาย แม้จะมีสายฝนโปรยในบางช่วง โดยเมื่อสักการะพระบรมศพแล้วยังได้ซื้อแฮปปี้ ไดอารี่ หรือสมุดไดอารี่พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อยู่บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทานหน้าประตูสรีสุนทรด้วย สำหรับการเข้าสักการะพระบรมศพในวันที่ 188 นั้น เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีเวลา 04.55 น. จากปกติในเวลา 08.00 น.

นางสาวอิสรีย์ ภัคคะกิตติ์ธเนศ อายุ 53 ปี พยาบาลใน รพ.สต.บงเหนือ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวันต่อเนื่องกัน จึงลาพักร้อนมากราบพระบรมศพ โดยนั่งรถประจำทางมาเอง เมื่อได้ขึ้นไปกราบก็รู้สึกตื้นตัน ว่าจะไม่ร้องไห้ก็อดไม่ได้ ที่ผ่านมาติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์เสมอ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร ได้แต่มองพระบรมฉายาลักษณ์ที่บ้านที่ได้เก็บสะสมไว้แทนหัวใจ นอกจากนั้นก็ยังมีหนังสือพระราชนิพนธ์ รวมถึงเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆ ที่เก็บไว้เช่นกัน

“ในอดีตจังหวัดสกลนครมีแต่ความแห้งแล้ง แต่เมื่อได้พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริต่างๆมาช่วยเหลือด้านการเกษตร ทั้งโครงการหลวงเต่างอย เขื่อนน้ำอูน ไปจนถึงชลประทานคลองอ่าง ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ก็ทำให้มีน้ำใช้ ทั้งอยู่กินและเพาะปลูก ไม่ต้องเดินไปหาบน้ำไกลบ้าน ภาพที่ตอนเด็กๆเราไปรับเสด็จ ในหลวงร.9 ที่เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์ มีแต่ฝุ่นพัดมากมายวันนี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นแล้ว ทำให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมาก ซึ่งด้วยความเป็นพยาบาล มีเวลาที่เหลืออยู่ จึงน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพาะปลูกทำนาที่บ้านเอง ไม่ต้องซื้อข้าวกิน รวมถึงพืชผลเกษตรอื่นๆ กล้วย พริก ทำให้ชีวิตของเรามีความสุข” นางสาวอิสรีย์ เผย

นางช่อทิพย์ อิ่มพันธ์แดน อายุ 55 ปี ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดพระธาตุ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เดินทางแต่เช้าตรู่โดยการเหมารถตู้มาพร้อมคณะครูโรงเรียนเดียวกัน จำนวน 2 คัน กล่าวภายหลังถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความตื้นตันใจว่า ช่วงนี้ปิดเทอมจึงชวนเพื่อนครูมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก เมื่อได้เข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้กราบพระพระองค์ใกล้ๆ ยิ่งรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาไหล ตลอดเวลาที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ได้น้อมนำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นไม่ว่าจะเป็นกังหันชัยพัฒนา บำบัดน้ำเสีย, โครงการฝนหลวงแก้ภัยแล้ง และโครงการชลประทานเพื่อการเกษตร มายกตัวอย่างในการเรียนการสอนนักเรียน ซึ่งพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้น ล้วนเพื่อประโยชน์กับคนไทยทั้งสิ้น จึงทำให้เด็กๆนั้นเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ก็ยังอบรมปลูกฝังนักเรียนประพฤติตัวเป็นคนดีของสังคมด้วย

นางศิริรัตน์ สารขันธ์ อายุ 43 ปี ซึ่งเดินทางมากราบพระบรมศพพร้อมครอบครัว 6 คน กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาปิดเทอมจึงได้พาลูกมากราบพระบรมศพ เมื่อขึ้นไปก็ยังรู้สึกตื้นตันใจและอดมีน้ำตาคลอไม่ได้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความขยันหมั่นเพียร ทรงงานหนักตลอดไม่ได้พักเพื่อประชาชนทุกคน นอกจากนี้เพราะเป็นแม่ของลูกๆทุกคน ทำให้ซาบซึ้งถึงความกตัญญูที่ในหลวงร.9 ทรงมีให้กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้เรารู้สึกประทับใจมากๆ และนำสิ่งนี้สอนกับลูกๆต่อไป

Advertisement

 

ศิริรัตน์และบุตรชาย
อิสรีย์
ช่อทิพย์