นักกฎหมาย กางตำราไขปม “วีระ” ใช้ “โดรน” บินสำรวจ บ้าน “ศรีวราห์” ผิดหรือไม่!

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม แหล่งข่าวนักกฎหมายระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม ได้ให้ความเห็นถึงกรณีที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) จะพิจารณาแจ้งความเอาผิด นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น กรณีนำโดรนขึ้นบินสำรวจเหนือที่ดิน ฐานรุกล้ำน่านฟ้า ว่า เท่าที่ทราบยังไม่เคยพบว่ามีคดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาลในคดีที่มีการนำโดรนเข้าไปถ่ายภาพในพื้นที่ใดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลหรือสาธารณะว่าเป็นคดีรุกล้ำน่านฟ้าฟ้องต่อศาลแต่อย่างใด ส่วนถ้าจะมีการดำเนินคดี หากจะมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องการใช้โดรน น่าจะเป็นกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับการนำเข้ามากกว่า

แหล่งข่าว กล่าวว่า ส่วนกรณีนี้ที่มีการนำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวเพื่อถ่ายภาพก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกหรือไม่ เพราะว่าการบุกรุกจะต้องรบกวนการครอบครอง แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้มีการเข้าไปเพียงแต่นำอากาศยานขนาดเล็กเข้าไป ข้อกฎหมายนี้ยังไม่มีตัวอย่างให้เห็น จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าจะมีความผิดตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ แถลงข่าวไว้หรือไม่ ซึ่งกระบวนการชั้นต้นแม้ตำรวจจะสามารถตั้งข้อหาได้แต่จะต้องประกอบด้วยความเห็นของข้อกฎหมายซึ่งตำรวจต้องไปดูว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายอะไร ซึ่งกรณีนี้ควรจะต้องให้อัยการพิจารก่อนว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าอัยการดูแล้วว่าเข้าข้อกฎหมายใดก็มีอำนาจที่จะสั่งฟ้องหรือไม่โดยดูจากเจตนา หรือถ้าสั่งฟ้องมาก็จะต้องมาพิจารณาโดยศาลอีกทียังอีกหลายขั้นตอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูอีกว่าอัยการจะเห็นด้วยหรือไม่กับที่ตำรวจแจ้งข้อหามา

“เรื่องนี้ยังมีข้อกฎหมายที่ยังต้องโต้เถียงกันอยู่ว่ามีความผิดอะไรบ้าง ซึ่งคิดว่าเรื่องนี้ถ้าจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปดูกฎหมายการเดินอากาศและ กฎหมายเรื่องการควบคุมการนำเข้าโดรนซึ่งจะมีประกาศของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าห้ามใช้โดรนหรือไม่ในเขตพื้นที่ควบคุม ถ้าตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่ควบคุมก็ไม่น่าจะมีความผิด ส่วนที่อ้างว่าเป็นบุกรุกนั้นหากการเข้าไปเป็นการตรวจสอบโดยพาสื่อมวลชนไปทำข่าวนั้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ  ซึ่งตรงนี้คิดว่าสื่อมวลชนไม่ควรต้องไปกลัว” แหล่งข่าว กล่าวและว่า ถ้าดูเจตนาในเรื่องนี้ไม่ใช่เจตนาไปรบกวนการครอบครองเป็นเพียงต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าได้มีการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองหรือไม่ การกระทำดังกล่าวก็ไม่น่าจะเป็นความผิดแต่อย่างใด

แหล่งข่าวยังกล่าวต่อว่า เรื่องการรุกล้ำน่านฟ้าจึงยังไม่น่าใช่ที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การเดินทางอากาศเพราะกฎหมายนี้จะใช้เกี่ยวกับเครื่องบินจริงๆที่ใช้ควบคุมเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางสัญจรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และการบินน่านฟ้าถือเป็นสากลที่เครื่องบินผ่านได้หมด ไม่มีบุคคลใดถือครองเป็นกรรมสิทธิ์บนน่านฟ้า การถือกรรมสิทธิ์จะถือได้เท่ากับสิ่งปลูกสร้างที่สูงขึ้นไปบนน่านฟ้าตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การขึ้นไปบินเพื่อสำรวจว่าจะมีการทำผิดที่ถือเป็นการทำเพื่อประโยชน์กับประชาชนและพิสูจน์ความจริง จะไปบอกว่าเป็นหมิ่นประมาทก็ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้จะมีกฎหมายที่ว่าในเรื่องผลประโยชน์สาธารณะให้ยกเว้นความรับผิดอยู่

“การละเมิดน่านฟ้าไม่ว่าจะเป็นทางอาญาหรือทางแพ่งจะต้องเป็นกรณีที่ใช้รบกวนการครอบครอง แต่น่านฟ้าเหนือขึ้นไปเกินสิ่งปลูกสร้างนั้นใครก็ย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง สิทธิในการครอบครองมันไม่ขึ้นไปถึงข้างบนเกินกว่าสิ่งปลูกสร้างหรือต้นไม้ จะเห็นได้ว่าเครื่องบินที่บินผ่านแต่ไปบอกว่าเขาละเมิดน่านฟ้ามันไม่มี และตัวเจ้าของที่ก็เป็นคนสำคัญของบ้านเมือง ทำอะไรมันต้องโปร่งใสและถูกตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นผู้บริหารระดับสูงและมีหน้าที่รักษากฎหมาย ควรจะแสดงความบริสุทธิ์ ” แหล่งข่าวนักกฎหมายกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ชม’บิ๊กเจี๊ยบ’ชี้แจงการซื้ออาวุธของกองทัพได้เป็นอย่างดี
บทความถัดไปไม่พึ่งสารถี! สื่อฮือฮาควีนอังกฤษทรงขับรถเอง