จากกรณีข้อถกเถียงถึงพ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 โดยเฉพาะการควบคุมเครื่องเอกซเรย์ทางทันตกรรม ทั้งการรับรองและขึ้นทะเบียน หากไม่มีการต่อใบอนุญาตตามกำหนดจะมีโทษจับปรับ 5 ปีหรือ 5 แสนบาท จนทันตแพทยสภาออกโรงคัดค้าน และระบุว่าการควบคุมการใช้เครื่องเอกซเรย์ทันตกรรมนั้น ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่แล้วนั้น
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ที่ต้องออกมาคัดค้านไม่ใช่เพราะเราอยู่เหนือกฎหมาย แต่ในพ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ฉบับนี้มีมาตรา 25และมาตรา 18 ระบุชัดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถออกกฎกระทรวงในการดำเนินการควบคุมรังสีบางประเภทได้ กล่าวคือ รังสีบางประเภทไม่จำเป็นต้องอยู่ในการควบคุมของพ.ร.บ.นี้ ซึ่งในเรื่องการเครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ ทางทันตกรรมที่มีการควบคุมอยู่แล้วก็ควรได้รับการยกเว้นจาก พ.ร.บ.นี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม จะได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน และคุณภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อได้การรับรองแล้วก็จะไปยื่นขอใบรับรองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ(ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)
“จริงๆเมื่อได้ใบรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็ถือว่าผ่านการรับรองแล้ว ขณะที่ทันตแพทยสภาก็มีการตรวจสอบรับรองอีกทางหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องมีการรับรองซ้ำซ้อนจาก ปส.อีก และควรให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้ออกใบรับรองและขึ้นทะเบียนเองเลยจะดีกว่า เหมือนในต่างประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา แคนาดา ในยุโรปก็มีการแยกว่าเครื่องฉายรังสี หรือเครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดู” ทพ.ไพศาล กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม คงต้องขอความเห็นใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการปรมาณูเพื่อสันติ ถึงปัญหาหากพ.ร.บ.นี้จะยังยืนกรานควบคุมเครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม ทั้งๆที่เจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาจากพลังงานนิวเคลียร์ เครื่องฉายรังสีในภาพกว้าง โดยเฉพาะขนาดใหญ่ๆมากกว่า
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์ฯ เป็นหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่ดูในเรื่องเครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ในการทำหน้าที่ตรงนี้ โดยในเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานของเครื่องเอกซเรย์นั้น ก็มีการทำงานร่วมกับปส. ในการดูแลความปลอดภัย ซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่ เพียงแต่ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะไปตรวจมาตรฐาน และจะออกใบรับรองให้ แต่ก็ต้องไปขึ้นทะเบียนกับปส.เอง
“ส่วนเรื่องพ.ร.บ.นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของกรมวิทยาศาสตร์ฯ เพราะไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมาย แต่เราเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการตรวจมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เครื่องฉายรังสี เครื่องเอกซเรย์ ซึ่งปส.กับกรมวิทยาศาสตร์ฯก็เป็นพันธมิตรที่ดีในการทำงาน แต่ที่เกิดความไม่เข้าใจของทันตแพทย์ตามที่เป็นข่าวนั้น ก็ต้องอยู่ที่ผู้ร่างกฎหมายจะสร้างความเข้าใจ เพราะเรื่องนี้สิ่งสำคัญพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจให้ได้” นพ.สุขุม กล่าว

