เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย ว่าขณะนี้กรุงเทพมหานครทำการแจกถังขยะฟรีให้แก่ทุกบ้าน โดยให้เตรียมใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมเก็บขนมูลฝอยของ กทม. (ใบสีเหลือง) และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้านพร้อมเซ็นรับรองสำเนาโดยสามารถฝากให้ผู้อื่นมารับแทนได้ที่สำนักงานเขตนั้น ว่า ขอชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยความเป็นจริงแล้วขณะนี้กรุงเทพมหานครได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนของตนเอง โดยใช้หลักการจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชน (Community Based Solid Waste Management :CBM) ด้วยการส่งเสริมให้คัดแยกขยะรีไซเคิลขาย เศษอาหารทำปุ๋ยไว้ใช้เองหรือแจกจ่ายเพื่อนบ้าน จัดการถังขยะในบ้าน ทิ้งตามวันเวลากำหนด ทำให้ถนนปลอดถังขยะ โดยนัดวันเวลาเก็บขยะกับสำนักงานเขต ลดขยะที่ต้องนำไปกำจัด
นางสุวรรณากล่าวว่า จากการจัดการมูลฝอยในชุมชน กรุงเทพมหานครได้จัดหาถังขยะขนาด 80 ลิตร สีเขียว จำนวน 60,000 ใบ มอบให้สำนักงานเขตนำไปแจกจ่ายเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจัดการขยะมูลฝอยโดยชุมชน โครงการจัดการขยะและน้ำเสียโดยชุมชน โครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชนยิ้มสดใส และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดและคัดแยกขยะของสำนักงานเขต เพื่อให้ประชาชนจัดการถังขยะในบ้าน ทำถนนปลอดถังขยะ ซึ่งการแจกถังขยะดังกล่าวสำนักงานเขตไม่ได้แจกทุกหลังคาเรือน ต้องเป็นบ้านเรือนประชาชนในชุมชน หรือกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการลดและคัดแยกขยะ การรับมอบถังขยะอาจต้องแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันว่าอยู่ในพื้นที่โครงการจริง
“เพื่อเป็นการสนับสนุนและรณรงค์การลดและคัดแยกมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานเขตจึงได้ประสานกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ชุมชน สถานที่ราชการ วัด โรงเรียนที่กำหนดโดยได้ส่งมอบถัง และจัดทำทะเบียนควบคุมการจ่ายถัง พร้อมทั้งมีข้อมูลผู้รับผิดชอบ จำนวน และสถานที่ตั้งวางถังสำหรับตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล หากถังชำรุดอันเนื่องมาจากการใช้งาน สามารถแจ้งสำนักงานเขตให้นำถังมาเปลี่ยนได้ ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมจะได้มีการตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานรวบรวมสรุปรายงานผู้บริหารกรุงเทพมหานครทราบ” นางสุวรรณากล่าว
ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เช่น ชุมชน สถานศึกษา สถานประกอบการ หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ในพื้นที่ 50 เขตได้เข้าร่วมโครงการแล้ว 1,300 แห่ง จากที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 13,000 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายผลในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้การลดและคัดแยกขยะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

