คดีนักท่องเที่ยวจับ “ปลาดาว” ร้องทุกข์ชี้แจงผ่านสื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกเมียเครียดถูกสังคมตราหน้า ก่อนรุดแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ตนเองมีอาชีพกรีดยางไม่ได้ขับเรือท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่มูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง นายเอกวัฒน์ หัสสาคร หรือ ”บังเอก” อายุ 35 ปี อาชีพกรีดยางจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 70/4 ม.5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง พร้อมภรรยาและลูกได้หอบเอกสารเข้าพบ นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ประธานมูลนิธิอันดามัน เพื่อปรึกษาร้องทุกข์และแถลงต่อสื่อมวลชน จ.ตรัง ว่าตามที่ตนได้ปรากฏตามข่าวหลังมีการโพสต์ในโลกออนไลน์ โดยเป็นการถ่ายภาพเซลฟี่ มีหญิงสาวนั่งบนเรือหางยาวถ่ายรูปกับปลาดาว ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ณัฐฌา ศรัทธามั่น อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/2 ถนนเพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ได้นำปลาดาวในทะเลวางบนศีรษะ ขณะเดียวกันมีปลาดาวทะเล และปลิงทะเลสีสันสวยงาม จำนวน 4 ตัว ถูกจับขึ้นมาวางบนพื้นเรือ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนั้น
นายเอกวัฒน์ หรือ “บังเอก” เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้ออกมาจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน โดยมีคนมาบอกว่าขอธุระหน่อยมีงานจะให้ทำและให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนไปที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยตนเข้าใจว่า ทางอุทยานฯ จะให้ตนเองไปสมัครงาน เมื่อไปถึงปรากฏว่าเหตุการณ์เกิดพลิกแพลง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าตนจะต้องรับผิดเรื่องปลาดาวที่เกิดขึ้น ให้ตนรับเป็นลูกเรือนำเที่ยวชื่อว่า โชควิมลทัวร์ ลงไปดำน้ำในทะเลจับปลาดาว และยินดีรับโทษเพราะไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวนี้เป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (3) ซึ่งระบุว่า ภายในอุทยานแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใดนำสัตว์ออกไป หรือทำประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ และบอกว่าการกระทำของตนนั้นเป็นความผิดเล็กน้อยจึงปล่อยเลยตามเลยตกกะไดพลอยโจรไปด้วย ก่อนเปรียบเทียบปรับ จำนวน 500 บาท แล้วปล่อยตัวกลับออกมา
ต่อมา นายเอกวัฒน์ หรือเอก เผยว่า หลังข่าวแพร่สะพัดออกไป ทั้งสื่อออนไลน์ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ทำให้ลูกสาวไม่กล้าไปโรงเรียนอายเพื่อนที่พ่อเป็นโจร ญาติพี่น้องก็ไม่พอใจ และยังถูกเพื่อนบ้านพูดจาหยอกล้อว่าอ้ายโจรห้าร้อย ตนจึงเกิดความเครียดจึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าเรื่องนี้ตนไม่ได้เป็นผู้ต้องหา และไม่ได้เป็นลูกจ้างขับเรือ บริษัท โชควิมลทัวร์แต่อย่างใดตนทำอาชีพกรีดยางจ้าง แต่ต้องมาตกกะไดพลอยโจรรับหน้าเสื่อ ไม่คาดคิดว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นกับครอบครัวมากขนาดนี้ และขอยืนยันว่าตนไม่ได้รับอามิสสินจ้างแต่อย่างใด จึงมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนให้เป็นกระบอกเสียงว่าตนเองบริสุทธิ และไม่ได้เป็นคนทำตามที่ตกเป็นข่าว และอยากให้สังคมรู้ว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาบัณฑิต คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาโจร”’

