หน้าแรก ในประเทศ เท้ง-มาร์ค-ตร...

เท้ง-มาร์ค-ตรีนุช หนุนรื้อ ประกันสังคม พ้นราชการ ให้เป็นอิสระ เพื่อประโยชน์ผู้ประกันตนและนายจ้าง

26.01.26 | 06:17 น.
ประกันสังคม

เท้ง-มาร์ค-ตรีนุช หนุนรื้อ ประกันสังคม พ้นราชการ ให้เป็นอิสระ เพื่อประโยชน์ผู้ประกันตนและนายจ้าง

เมื่อวันที่ 25 มกราคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า สำนักงานประกันสังคมตั้งมา 31 ปีแล้ว น่าจะถึงเวลาปฏิรูปให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งได้ให้นโยบายมาตั้งแต่แรก โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ดำเนินการ จัดจ้างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญสูง เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้และเสนอแนวทางในการปฏิรูประบบและโครงสร้างการบริหารการประกันสังคมของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการบริหารโดยมืออาชีพ เน้นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการเงินการคลัง และมีความเข้าใจในบริบทความต้องการของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง โดยข้อจำกัดสำคัญที่ต้องแก้ไขโดยเร็วคือ ปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างการบริหาร ที่ส่งผลต่อความคล่องตัวและการดูแลผู้ประกันตน

“ได้ให้นโยบายมาก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องการปฏิรูประบบและโครงสร้างประกันสังคมใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยความเห็นส่วนตัว คิดว่าสำนักงานประกันสังคมควรมีความเป็นอิสระและคล่องตัว เพื่อประโยชน์ของทั้งผู้ประกันตน 24 ล้านคน และนายจ้างอีกกว่า 500,000 ราย” น.ส.ตรีนุชกล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปศึกษาโมเดลการบริหารงานที่แยกออกจากระบบราชการเดิม เช่น การปรับรูปแบบให้คล้ายคลึงกับ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือการบริหารจัดการในลักษณะ สถาบันการเงิน ที่มีความยืดหยุ่นสูง เป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูปครั้งนี้คือการสร้างระบบสิทธิประโยชน์ที่ “เหมาะสมและยั่งยืน” ให้กับผู้ประกันตนทุกมาตรา ยืนยันว่าการตัดสินใจลงทุนและการนำเงินกองทุนไปใช้ในอนาคต จะต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่แม่นยำ (Big Data) มีการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน และยึดหลักธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของผู้ประกันตน ภารกิจของกระทรวงแรงงานคือการเปลี่ยนโฉมองค์กรให้เป็นมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนนี้จะเป็นที่พึ่งที่มั่นคงและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทั้งผู้ประกันตนและประชาชนอย่างแท้จริง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีดราม่าเรื่องเงินกองทุนประกันสังคมในขณะนี้ ว่า เงินกองทุนในประกันสังคมเป็นเงินกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท และผู้ประกันตนทุกคนก็มีความรู้สึกที่ย้อนแย้งเช่นกันว่า ทำไมเงินที่ผู้ใช้แรงงานทุกคนสมทบเข้าไป ถูกบริหารจัดการโดยภาครัฐที่ขาดความโปร่งใส ถูกนำไปทำปฏิทิน สร้างโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน หรือไปซื้อตึกที่มีผลสอบออกมาแล้วว่าแพงเกินจริง และเร่งรัดเกินความเป็นจริง หากเปรียบเทียบกับเงิน กบข.ที่เป็นเงินอยู่ในระบบข้าราชการที่สมทบเข้าไป แต่บริหารจัดการโดยภาคเอกชน ดังนั้น คิดว่าสิ่งที่เราเรียกร้องไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าการจะทำให้เงินของผู้ประกันตนทุกคนจะได้ใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และตกถึงไม้ถึงมือทุกคนมากที่สุด

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานควรจะออกมาแสดงจุดยืนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ระบุว่า รัฐมนตรีสามารถแสดงจุดยืนได้ทุกเวลา แต่การเมืองแบบที่ผ่านมา เช่น ผลสอบตึก Skyy9 ที่เราก็เห็นว่าใครเป็นเจ้าของตึกที่ขายต่อหรือใครที่เป็นรัฐมนตรีในอดีตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่วงการซื้อตึกด้วยกองทุนประกันสังคม ซึ่งได้ไหลไปอยู่พรรคเดียวกันแล้ว ดังนั้น การแก้ไขกองทุนประกันสังคมคงหนีไม่พ้นเรื่องการเมือง และที่ผ่านมาจะเห็นรัฐมนตรีสีเทา แต่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างดีเท่าที่ควร เพราะนายกรัฐมนตรี เอาเหตุผลทางการเมืองอยู่เหนือเหตุผลเรื่องอื่นๆที่ควรเป็นมาตรฐานทางการเมือง และสูงกว่านี้ ฉะนั้น การจัดการเรื่องสีเทา การทำให้เงินกองทุนประกันสังคม และงบประมาณทุกอย่างของรัฐโปร่งใส ตกถึงมือประชาชนมากที่สุด ต้องเริ่มแก้ที่การเมืองก่อน ส่วนที่กองทุนประกันสังคมสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โชว์กำไรกว่า 80,000 ล้านบาทนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าบริหารด้วยมืออาชีพกว่านี้ เชื่อว่าผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมสามารถมากกว่านี้ได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับประกันสังคม พรรคประชาธิปัตย์เองมีจุดยืนยังไงบ้างว่า ประกันสังคม ก็ได้มีการถามในเวทีดีเบต คือกรรมการเขาได้มีมติไปแล้ว แต่ว่าสูตรใหม่ก็จะมีประเด็นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการคำนวณ สำหรับตนไม่ได้มีปัญหา ยกเว้นว่ามันจะมีคนอยู่กลุ่มเล็กๆ ที่น่าจะได้รับผลกระทบ ก็อาจจะต้องไปดูตรงนั้นเท่านั้นเองส่วนนโยบายระยะยาวของ ปชป.ก็คือการที่ให้ สปส.ออกมาเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อให้การบริหารมีความโปร่งใสจริงๆ และต้องมีการทบทวนเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ยังเสียเงินเรื่องรักษาพยาบาล ซึ่งเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าผู้ประกันตนจ่ายเงินทั้งสำหรับประกันสังคมของตัวเอง จ่ายภาษีเพื่อดูแลระบบ 30 บาทด้วย แต่บางครั้งหลายเรื่องสิทธิกลับน้อยกว่า

“เรามีแนวคิดจะให้เขาเข้าสู่ระบบของประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปเลย แต่เงินสมทบนำไปสมทบในเรื่องอื่น เช่น ชราภาพ น่าจะดีกว่า” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ถึงขั้นต้องผ่าตัดเลยหรือไม่ เพราะประกันสังคมมีปัญหาล่าสุด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ใช่ และถูกต้อง ที่ผ่านมาเนี่ยเมื่อมีการตรวจสอบ ประชาชนก็มีความวิตกกังวลกับการที่มีการส่งเงินเข้าไปแล้ว การบริหารเงินมีปัญหามาก แต่ว่าตัวพื้นฐานของระบบทั้งหมด ต้องมีการทบทวนอยู่แล้ว จากโครงสร้างประชากร จากปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันการจ่ายเงินออกมาก็ไม่ได้เป็นลักษณะของระบบก้าวหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่