วันที่ 2 มีนาคม ที่วิทยาลัยเทคนิคตราด เขต 2 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด นายฐิตินันท์ อุดมสุข หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด นายเฉลียว หวังค้ำกลาง ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์และการจัดการ ศูนย์ปภ.เขต 17 จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางลงสำรวจพื้นที่พร้อมดับไฟป่าที่ลุกไหม้ป่าพรุ เขตป่าสงวนด้านหลังของวิทยาลัย เมื่อไปถึงพบรถดับเพลิงของอบต.วังกระแจะ กำลังฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ โดยมีกลุ่มควันใหญ่และหนา ได้แพร่กระจายสร้างผลกระทบไปทั่วเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะภายในวิทยาลัยเทคนิคตราด เขต 2 ถูกควันไฟปกคลุมอาคารเรียน ที่พักครู ทำให้ครูต้องสวมหน้ากากเพื่อป้องกันอันตราย
นายศักดิ์ชัย ธีรประทีป ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตราด กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด ยังคงมีไฟป่าที่ยังลุกไหม้อยู่บริเวณป่าพรุด้านข้างและด้านหลังของวิทยาลัย มานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยไม่มีท่าทีว่าจะดับลง ถึงแม้ว่ารถดับขององค์การบริหารส่วนตำบลวังกระแจะ จะเข้ามาดับไฟแล้วก็ตาม และโชคดีที่ในวันนี้นักศึกษาปิดภาคเรียนแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมอยู่

ด้านนายฐิตินันท์กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่า จุดที่เกิดไฟไหม้นั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนขนาดใหญ่ ที่มีรอยต่อระหว่างตำบลวังกระแจะและตำบลห้วยแร้ง มีทั้งหมด 2 จุดที่เกิดไฟไหม้ คือ หลังอบจ.ตราด และหลังสนามฟุตบอล วิทยาลัยเทคนิคตราด โดยได้ร่วมมือกับหน่วยป้องกันไฟป่าบ่อไร่ อบต.วังกระแจะ เข้าทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้ได้แล้วกว่า 80% โดยพยายามฉีดน้ำพรมพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีเศษใบไม้แห้งและเปลือกไม้ของต้นเสม็ดทับถมมีความสูงประมาณ 5-15 ซม. ส่งผลให้การดับไฟให้สนิทนั้นยังคงทำได้ยากลำบาก และบางจุดยังคงมีไฟอยู่ใต้ผิวดิน ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปดับอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไฟป่าที่อาจจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
นายฐิตินันท์ยังกล่าวอีกว่า นอกจากจุดนี้แล้ว ยังมีอีก 2 พื้นที่คือ อำเภอบ่อไร่และตำบลท่ากุ่ม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากชาวบ้านในฝั่งประเทศกัมพูชาจุดไฟเผาป่า ก่อนจะลุกลามข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 จุด ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว

สำหรับผลกระทบจากไฟป่าในครั้งนี้ ทำให้สภาพอากาศในจังหวัดตราดหลายจุด เต็มไปด้วยกลุ่มควันที่ลอยมาตามลม โดยเฉพาะถนนสายสุขุมวิท ที่ติดกับวิทยาลัยเทคนิคตราด ถูกควันจากไฟป่าปกคลุมทำให้การสัญจรไปมา ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

