พ่อค้าไก่น้ำตาตก โดนเคราะห์ซ้ำ ไหม้หมอนรถไฟลามปิกอัพ เผยปีก่อนผ่อนจยย.หมดโดนขโมย

11.05.17 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ร.ต.ท.(หญิง) ธนวรรณ ทองศรี รอง สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้หมอนรองรางรถไฟแล้วลุกลามไปยังรถยนต์นั่งส่วนบุคคล บริเวณริมทางรถไฟ ใกล้โรงงานยาสูบ สำนักงานใหญ่ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน รุดไปพร้อม พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ประสพ สีบัวริน สวป.สน.ลุมพินี ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี และ สํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามโรงงานยาสูบ บริเวณริมทางรถไฟพบกองไม้ใช้สำหรับรองรางรถไฟประมาณ 20 ท่อน กองปูนใช้รองรางรถไฟ 30 แท่น กองเหล็กรางรถไฟยาวประมาณ10เมตร ประมาณ60เส้น และพบเศษซากข้าวของเครื่องใช้ อาทิ มุ้ง ผ้าใบ โครงเหล็ก และกองขยะจำพวกขวดน้ำ เป็นต้น โดยพบว่ากองไม้และของใช้ถูกไฟเผาไหม้เสียหายทั้งหมด ไกล้กันพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1ฒพ 3123 กรุงเทพมหานคร ถูกไฟเผาฝั่งขวาทั้งแทบแต่ไม่ถึงห้องเครื่อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา10นาที ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

นายธนะโชติ แสนนอก อายุ 58 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว ให้การว่า พักอาศัยอยู่ภายในชุมชนบ่อนไก่กับลูกและภรรยา ก่อนเกิดเหตุเวลา 05.00 น. ขับรถมาจอดบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ จากนั้นจะกลับไปบ้านเพื่อย่างไก่แล้วเข็นรถเข็นไปซอยเกอเธ่ เพื่อให้ภรรยาขาย ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่าไฟไหม้รถจึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ตนทราบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีชาย รูปร่างผอม ผิวดำ อายุประมาณ 40 ปี และหญิง อายุประมาณ 30 ปี เป็นคนเร่รอนพักอาศัยมานานแล้ว โดยนำไม้รองรางรถไฟทำเป็นเสาแล้วใช้ผ้าใบคลุมสร้างเป็นเพิงพัก

นายธนะโชติ กล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า ไม่รู้ว่าทำกรรมอะไรไว้ เคราะห์ถึงซ้ำกรรมถึงซัด เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน2559 ที่ผ่านมา ผ่อนรถจักรยานยนต์หมดก็โดนขโมย มาครั้งนี้เพิ่งซื้อรถกระบะมาได้แค่ 2 ปี ผ่อนอีก4ปี จะหมดแล้ว แต่กลับถูกไฟไหม้อีก แถมตนไม่ได้ซื้อประกันภัยรถยนต์อีกด้วย หนำซ้ำวันนี้เพิ่งขายของได้เงิน 400-500 บาท พอลูกสาวโทรมาว่าไฟไหม้รถก็รีบขี่รถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุ แต่พอล้วงเงินจากผ้ากันเปื้อนจะซื้อน้ำเปล่า แต่เงินกลับหายไป ขี่รถย้อนกลับไปเก็บคืนมาได้เพียง 100 บาท ตนแทบล้มทั้งยืน

พ.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า ได้ประสานฝ่ายสืบสวนให้ติดตามตัวบุคคลที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าวมาให้ปากคำ พร้อมให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (พฐ.) เข้าตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ อย่างไรก็ตามได้ประสานเจ้าของรถยนต์ให้เข้ามาให้ปากคำและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป