พ่อเหยื่อหนุ่มขับเบนซ์ ชนเมียดับ-ลูกสาหัส ร้องยธ.ช่วยเหลือคดีไม่คืบ

11.05.17 | 15:25 น.

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายวงค์ศิริ คชายนต์ เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือด้านคดี เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร กรณีนางนุจิรา คชายนต์ อายุ 37 ปี ภรรยา และลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกวัยรุ่นชาย อายุ 18 ปี ขับรถเบนซ์ไปชนรถเก๋งสองคัน บริเวณ ถ.เลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ย่านคู้บอน ทำให้ น.ส.นุจิรา เสียชีวิต ส่วนลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็ก

นายวงศ์ศิริ กล่าวว่า ในวันนี้มาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสียครอบครัวไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันลูกชายก็ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พร้อมทั้งมาเรียกร้องเรื่องของคดีด้วย เพราะยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ส่วนเรื่องการช่วยเหลือจากคู่กรณีนั้น ในช่วงแรกได้รับความช่วยเหลือเรื่องค่าทำศพของภรรยาประมาณ 40,000 บาท และการเคลื่อนย้ายศพไปทำพิธีที่บ้านของภรรยา จ.พะเยา อีก 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท หลังจากเกิดเหตุก็ได้มีการนัดเจอที่ สน.คันนายาวอยู่ตลอด เพื่อเจรจาเรื่องค่าเยียวยาช่วยเหลือ แต่ทางฝั่งคู่กรณีก็จะพูดคุยแต่เรื่องของประกันเพียงอย่างเดียว ว่าส่วนที่เขาทำประกันไว้จะช่วยเหลือได้เท่าไหร่ อีกทั้ง ไม่เคยเข้ามาสอบถามตนว่าเดือดร้อนอะไรหรือไม่ หรือมีอะไรให้ช่วยเหลือบ้างหรือไม่


นายวงศ์ศิริ กล่าวต่อว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มีการพูดคุยกับคู่กรณีที่ สน.คันนายาว ซึ่งตนได้ขอคุยกับคู่กรณี เพราะทนไม่ไหวแล้ว หลังจากที่เขาช่วยเหลือเงินค่าทำศพของภรรยาในช่วงแรก ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างอื่นอีกเลย เพราะตนต้องเดินทางจากบ้านย่านมีนบุรี ไปที่โรงพยาบาลเด็ก เพื่อไปดูแลทุกวัน และก็ไม่ได้ทำงานประจำอีกด้วย ซึ่งมันมีค่าใช้จ่ายที่ต้องกินต้องใช้ เพราะก่อนหน้านี้เขาได้มีการออกสื่อว่าจะช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ก็กลับไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไร ซึ่งคู่กรณีบอกว่าตนไม่ได้เรียกร้องไปเอง ซึ่งตนต้องเตรียมการที่จะนำลูกชายกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ต้องต่อเติมบ้าน ซื้อเตียงพยาบาล ถังออกซิเจน และเครื่องดูดเสมหะ ซึ่งเราก็พยายามจะช่วยในการหาอุปกรณ์เหล่านี้ให้ได้ในราคาถูกที่สุด จึงได้เงินช่วยเหลือจากคู่กรณีเพิ่มเติมอีก 68,000 บาท โดยขณะนี้ตนได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยามาแล้วประมาณ 153,000 บาท

“สำหรับอาการของลูกชายขณะนี้มีอาการดีขึ้น เพราะเกือบจะ 2 เดือนแล้ว แต่อาการสมองคงต้องดูแลต่อไป เพราะยังไม่มีการตอบสนองและยังนอนติดเตียงอยู่ และผมต้องเดินทางไปกลับโรงพยาบาลทุกวัน เพราะทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้นอนค้างคืนได้ ทุกวันนี้ผมไม่สามารถทำใจรับได้ เพราะผมกับแฟนก็คบกันมา 14 ปี วันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ครบ 14 ปี แต่ผ่านมา 6 วัน แฟนก็มาเสียชีวิต ผมรับไม่ได้กับสิ่งที่เราได้รับ กับสิ่งที่เขากระทำมา แฟนก็เสีย ลูกก็นอนอยู่โรงพยาบาล เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตลูกชายจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ จะฟื้นหรือเปล่า ซึ่งหมอก็ตอบไม่ได้” นายวงศ์ศิริ กล่าว

นายวงศ์ศิริ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องคดีความนั้น ตนได้พยายามสอบถามไปยังร้อยเวรของ สน.คันนายาวแล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไร และไม่ทราบว่าถึงไหนแล้ว รวมถึงเรื่องที่ตนต้องการให้มีการตรวจวัดระดับปริมาณแอลฮอล์ในเลือดด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ทราบว่ามีการตรวจแล้วหรือไม่ อีกทั้ง อยากให้พิสูจน์ด้วยว่า กรณีทางคู่กรณีอ้างว่าลูกชายไปทำรายงานและกลับบ้านช่วงเช้า ก่อนมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวจริงหรือไม่

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เบื้องต้นตนเตรียมประสานไปยัง สน.คันนายาว เพื่อขอให้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย เนื่องจากตำรวจเคยนัดหมายให้มาสอบปากคำทั้งสองฝ่าย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการนัด และผู้เสียหายไม่ทราบว่าได้ดำเนินคดีไปถึงขั้นไหนแล้ว