ไม่ใช่แค่เทศกาล Bangkok Design Week 2026 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย
กลับมาอีกครั้งกับ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569” หรือ “Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026)” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร, หน่วยงานภาครัฐและเอกชน, สถาบันการศึกษา, องค์กรระหว่างประเทศ และ ภาคีเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “DESIGN S/O/S”
ทั้งยังได้รวมพลังนักสร้างสรรค์, นักออกแบบ, นักธุรกิจ นักพัฒนา และ ทุกคนในสังคม ให้มาร่วมขยายศักยภาพการออกแบบให้มีบทบาทในฐานะเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมผลักดันแนวคิด “Power of Thai Design: สู่พลังขับเคลื่อนใหม่ของประเทศ” ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2569 ครอบคลุมพื้นที่สร้างสรรค์หลัก ได้แก่ ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, ย่านพระนคร, ย่านปากคลองตลาด, ย่านบางลำพู–ข้าวสาร รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ
โดย นายพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ได้เผยว่าความสำเร็จของ Bangkok Design Week 2026 ถูกตั้งเป้าให้ไปไกลกว่าปีก่อน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานตลอด 11 วันกว่า 400,000 คน จากการจัดงานใน 4 ย่านหลัก พร้อมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 400–600 ล้านบาท จากการเดินทาง การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่อง

ปีนี้ยังคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากนานาชาติเพิ่มขึ้น ทั้งในระดับสตูดิโอออกแบบและสถาบัน รวมกว่า 16 ประเทศ สะท้อนบทบาทของกรุงเทพฯ ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายด้านงานออกแบบในระดับนานาชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภูมิภาค ตั้งแต่ตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน ไปจนถึงกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย
โดยมีเป้าหมายระยะยาวของเทศกาลคือการผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็น “มิลานแห่งเอเชีย” พื้นที่ที่นักออกแบบ ผู้ผลิต และนักธุรกิจจากทั่วโลกเดินทางมาแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน จนกลายเป็นอินเตอร์เนชันแนลฮับด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน รูปแบบการจัดงานในปีนี้ได้ปรับจากเดิมที่เน้นงานแสดง แสง และความคิดสร้างสรรค์ ไปสู่เลเยอร์ที่ลึกขึ้น นั่นคือการขับเคลื่อนด้านธุรกิจอย่างจริงจัง ในฐานะภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการทำธุรกรรมทางธุรกิจเกิดขึ้นจริง
ทั้งการเลือกโลเกชันใจกลางเมือง การทดลองรูปแบบใหม่ และการเปิดพื้นที่ให้กับสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ล้วนสะท้อนมายด์เซ็ตของการขับเคลื่อน Bangkok Design Week ที่ไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นมิติของการพัฒนาคนหรือพัฒนาธุรกิจ แต่เลือกออกจากแพตเทิร์นเดิมๆ เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ พร้อมยอมรับความไม่แน่นอนและความผิดพลาดในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของแนวคิด “DESIGN S/O/S” มาใน 3 คีย์เวิร์ดสำคัญ ที่บ่งบอกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในอกาสที่จะทำให้รอดได้ เป็นการผลักดันให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เมืองเดินไปข้างหน้า ธุรกิจเติบโต เศรษฐกิจดีขึ้น เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนยิ่งกว่าเดิม โดย
S – Secure Domestic ผลักดันมาตรฐานใหม่ เพื่อปลุกกระแสตลาดในประเทศให้คึกคัก เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนในประเทศ
O – Outreach Opportunities สร้างโอกาสใหม่ เชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อบุกเวทีโลก ในระดับธุรกิจอุตสาหกรรมดีไซน์
S – Sustainable Future ค้นหาทางรอดใหม่ให้วันข้างหน้า พร้อมรับมือทุกความท้าทาย

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 คีย์หลักของงานในปีนี้
Creative Talents : Exhibitor Program-พื้นที่สำหรับนักออกแบบมืออาชีพ ให้มีเวทีในการขับเคลื่อน นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวคิดผ่านงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบที่กลมกลืนไปกับบริบทเมือง, Academic Program-มีการร่วมกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนิสิต นักศึกษา เปิดโอกาสให้ทดลองและต่อยอดการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือทำจริง เพื่อเตรียมพร้อมสู่เส้นทางในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
Design Business : International Program-เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ไทยและนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน, Business Program-ผลักดันให้เกิดเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างประโยชน์ทางธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลและผู้ประกอบการในย่าน
The Districts : Local Community Program-ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งด้านธุรกิจและคุณภาพชีวิต โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่และนักสร้างสรรค์จากภายนอก, Lively Program-กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เติมสีสันละบรรยากาศให้เทศกาลมีชีวิตชีวา ชวนผู้คนทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมและสัมผัสความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงง่าย
สำหรับ 4 ย่านหลัก อย่าง ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, ย่านพระนคร, ย่านปากคลองตลาด, ย่านบางลำพู–ข้าวสาร รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่กระจายจัดโปรแกรมต่างๆ 500 โปรแกรมใน 11 วัน ความตั้งใจคือการทำให้พื้นที่เหล่านี้ขยับได้และกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

โดย นายพิชิต วีรังคบุตร เผยว่าความน่าสนใจคือ ในหลายจังหวัด เมื่อเราเข้าไปใช้พื้นที่อาคารใดจัดกิจกรรม มักพบว่าในเดือนถัดมาอาคารนั้นถูกเช่าหรือถูกนำไปใช้งานต่อ ส่งผลให้เราไม่สามารถกลับไปใช้พื้นที่เดิมได้อีก ซึ่งแม้จะเป็นข้อจำกัด แต่ก็ถือเป็นปัญหาที่ดี เพราะสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านั้นกลับมามีคุณค่าและถูกใช้งานจริง
ทั้งนี้ ยังระบุด้วยว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ โดยยอมรับว่าภาครัฐมักไม่ต้องการรับความเสี่ยง และไม่อยากเดินหน้าโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่บทบาทของสำนักงานฯ คือการทดลอง วัดผล และพิสูจน์ความเป็นไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างข้อมูลรองรับสำหรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ในมุมนี้ Bangkok Design Week 2026 ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำคัญของการทดลองในมิติของเมือง ที่ช่วยทำให้ผลลัพธ์มองเห็นได้จริง และสร้างความมั่นใจในการกำหนดทิศทางนโยบาย หากโมเดลใดทดลองแล้วได้ผล วัดผลได้ และสามารถต่อยอดได้ ก็จะผลักดันให้เดินหน้าต่อไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณี “ตลาดน้อย” ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่นำร่อง ช่วยลดความเสี่ยงให้กับย่านใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวและพลังของพื้นที่ แต่ก็ยังมีการติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไป
ในภาพรวม Bangkok Design Week จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการทำซิตี้แบรนดิ้ง และการทดสอบแบรนด์ ที่เน้นการทำอย่างพอดี ไม่ขยายเกินความจำเป็น แต่หากแบรนด์ชัดเจนและแข็งแรง ก็จะดึงดูดผู้คนและการมีส่วนร่วมเข้ามาได้อย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของงานออกแบบไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และปล่อยไอเดียช่วยรอดที่ถูกทดลองและลงมือทำจริง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยในอนาคตด้วย

ขณะที่ นายอมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ (Design & Objects Association) กล่าวว่า การจัดงาน Bangkok Design Week 2026 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงผลงานออกแบบ แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้มาเยือนได้เข้าใจตัวตนของดีไซน์ไทยอย่างแท้จริง
สิ่งที่คาดหวังคือการพาผู้เข้าชมงานไปสัมผัสบรรยากาศของ Bangkok Design Week เห็นว่างานดีไซน์มีความน่าสนใจอย่างไร เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากประเทศของตนเอง และสะท้อนเรื่องราวของดีไซน์ในบริบทเอเชียอย่างไร เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ประสบการณ์ใหม่
แม้จะมีคำถามอยู่เสมอว่ายุคนี้ยังจำเป็นต้องมีงานแฟร์หรือไม่ แต่ในมุมของผู้ประกอบการ เขายังเชื่อว่างานลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และควรได้รับการเติมเต็มด้วยบริบทที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะเมื่อเป้าหมายชัด ลูกค้าก็พร้อมจะเดินทางไปยังจุดหมายที่ตอบโจทย์ความสนใจของตนเอง งานจึงต้องทำให้ผู้มาเยือนได้ครบในสิ่งที่ค้นหา ทั้งเนื้อหา บรรยากาศ และไวบ์ของงานดีไซน์ที่แท้จริง
สิ่งสำคัญอีกด้านหนึ่งไม่ใช่แค่การซื้อขายสินค้า แต่คือการได้พบเจ้าของแบรนด์และนักออกแบบตัวจริง ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต พร้อมกับเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีศักยภาพด้านการออกแบบสร้างสรรค์ที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้จริง
สำหรับการร่วมมือกับ Bangkok Design Week ครั้งนี้ อมรเทพยอมรับว่าเป็นการเดิมพันกับองค์ประกอบใหม่ๆ ที่ถูกนำเข้ามาอยู่ในโปรแกรมว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของงาน และแสดงให้ชัดว่าไทยมีของดีในโลกดีไซน์แค่ไหน
ด้านนายพิบูลย์ อมรจิรพร ตัวแทนนักสร้างสรรค์จาก Design PLANT กล่าวถึงการมาร่วมงาน Bangkok Design Week 2026 ว่าปีนี้ได้รับโจทย์จากเทศกาลให้โฟกัสในมิติของบิซิเนสมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่เขาเห็นว่านักออกแบบควรค่อยๆ ขยับเข้าไปอยู่แล้ว เพราะในความเป็นจริง นักออกแบบมีศักยภาพในการทำงานได้หลากหลาย และสามารถเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับโลกธุรกิจได้
ภายใต้แนวคิดนี้ จึงเกิดการรวมตัวของกลุ่มนักออกแบบ พร้อมกับการชวนผู้ผลิตระดับแนวหน้าของประเทศเข้ามาร่วมงาน โดยในปีนี้มีโรงงานประมาณ 3–4 แห่งที่เข้ามาทำงานร่วมกัน เปิดพื้นที่ให้ทั้งนักออกแบบมืออาชีพและนักศึกษารุ่นใหม่ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานไปพร้อมกัน กระบวนการทำงานครอบคลุมวัสดุและเทคนิคที่หลากหลาย ตั้งแต่งานไม้ งานโลหะ งานหุ้มบุ ไปจนถึงงานสาน สะท้อนภาพของระบบการผลิตที่ครบและเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ในด้านแนวคิดของผลงาน พิบูลย์ มองว่าปัจจัยรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์โลก ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคม ปัจจัยภายใน–ภายนอก รวมถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อ ล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญของการออกแบบ นักออกแบบแต่ละคนจึงนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้และตีความใหม่ ผ่านผลงานที่สอดคล้องกับธีมของงาน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการเพื่อการชมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเป็นไปได้ทางธุรกิจด้วย
ตามเก็บโปรแกรมของ Bangkok Design Week 2026 ให้ครบทุกมิติในพื้นที่จัดงานทั่วกรุงเทพฯ มาร่วมพิสูจน์ว่าพลังของการออกแบบไทย จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เมืองได้มากเพียงใด พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่นำการออกแบบมาใช้รับมือกับทุกความท้าทาย สร้างเมืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ แล้วพบกัน 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, ย่านพระนคร, ย่านปากคลองตลาด, ย่านบางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ
ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์ : www.bangkokdesignweek.com และ เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม : bangkokdesignweek


