หน้าแรก ในประเทศ ผอ.รมน.ภาค 4 ...

ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งยกระดับ รปภ.ห้วงเดือนรอมฎอน ตรวจยานพาหนะ-บุคคลต้องสงสัย

2.02.26 | 10:08 น.

ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งยกระดับ รปภ. ‘ปชช.-ย่านเศรษฐกิจ’ ห้วงเดือนรอมฎอน เน้นตรวจค้นยานพาหนะ-บุคคลต้องสงสัย เข้มการข่าว ยันพื้นที่ต้องปลอดเหตุ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.4) พร้อมผู้บังคับบัญชา และคณะฝ่ายอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.4สน.) และหน่วยขึ้นตรง ร่วมประชุมแถลงแผนปฏิบัติการ 4693 (รอมฎอนสันติสุข) ประจำปี 2569

พล.ท.นรธิป ได้กำชับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจำพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจและชุดคุ้มครองตำบล ให้บริหารจัดการเวลาและพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจ.สงขลา ตลอดห้วงเดือนรอมฎอนที่จะถึงนี้ โดยย้ำให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ต้องทำงานเชิงรุก ทั้งงานด้านการข่าวควบคู่กับงานกิจการพลเรือน ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการสัญจรทุกเส้นทางอย่างปลอดภัย

‘สั่งการให้ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลในหมู่บ้าน ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ และหมั่นฝึกซ้อมให้มีความเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ในการตรวจสอบบุคคล รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อสกัดกั้นคนร้ายที่อาจแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในเขตเมืองช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งนี้เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งมั่นไว้ พร้อมกันนี้ ได้ขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และเพิ่มมาตรการป้องกันเหตุรุนแรง โดยเฉพาะห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จนถึงวันอีดิลฟิตรี ซึ่งเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอนร่วมกับครอบครัว’แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

Advertisement

กอ.รมน.4สน. มุ่งมั่นดูแลพื้นที่ควบคู่การเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมายอ่อนแอ ทั้งเขตเศรษฐกิจ สถานบันเทิง และระบบสาธารณูปโภค เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่ ให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความบริสุทธิ์ ปราศจากเหตุรุนแรง และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนสืบไป