โฆษกกองทัพบก ระบุ ท่าทีกัมพูชาเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังพล ส่งผลหย่อนวินัย ชี้หากมีเหตุวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวสรุปภาพรวมภารกิจการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ว่า เป็นการดำเนินการเมื่อเห็นว่าสภาพแวดล้อมเริ่มปลอดภัย จากก่อนหน้านี้ที่แม้สื่อมวลชนจะเคยลงพื้นที่รายงานสถานการณ์ แต่ไม่สามารถเข้าบางพื้นที่ได้
การพามาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1.ต้องการให้สัมผัสกับผู้บังคับหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่กึ่งชุมชน พร้อมกันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติการอยู่ในกรอบกติกา และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน เป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่มีประชาชนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย และ ข้อ 2 พื้นที่แห่งนี้ ด้วยปัจจัยทางกายภาพพื้นที่และยุทโธปกรณ์ สื่อมวลชนอาจมองและเข้าใจว่าปฏิบัติการได้สะดวกและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงปัจจัยและขั้นตอนในการปฏิบัติต่าง ๆ รวมทั้งผู้ปฏิบัติก็ต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการดำเนินกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ จนสามารถสถาปนาความมั่นคง และวางแนวทางสร้างความปลอดภัยกับกำลังพลได้
“ถ้าจะเปรียบเทียบสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจัยสำคัญ คือเรื่องการวางกำลัง จากสภาพพื้นที่ป่าเขา ส่วนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิด เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร มองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า เกิดจากที่ฝ่ายกัมพูชามีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้กำลังพลที่มาใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นเคย หรืออีกมุมหนึ่ง เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย” พล.ต.วินธัย กล่าว
ส่วนกรณีข้อกังวลว่าหากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลือกตั้งทหารกัมพูชาเสียวินัย ก่อสถานการณ์ขึ้นอีก โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ต้องมีช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ถ้ามองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิง แต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์ นอกจากนี้ ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่าไทยได้รับคำชื่นชม ต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล หากสิ่งไหนที่พิจารณาว่าควรจะตอบโต้ ก็ต้องตอบโต้ หากมองว่าการกระทำนั้น ๆ ไม่สามารถให้คำตอบกับฝ่ายไทยได้อย่างสมเหตุสมผล
ถามว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย แล้วใช้เหตุผลว่าเสียวินัย ถือเป็นข้ออ้างหรือไม่นั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า มองว่าก็เป็นไปได้ แต่หากว่าฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ต้องปรากฏ แต่ขณะนี้ ยังมองได้ว่ามีความสมเหตุสมผลอยู่ ท่าทีของการประสานงาน สามารถมองออกว่า เป็นไปด้วยความก้าวร้าวหรือเป็นไปด้วยความนอบน้อม ถ้าเป็นไปด้วยความก้าวร้าว ก็คงต้องปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าถ้าเป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล มีลักษณะท่าทีในลักษณะท่าทีที่ไม่ได้แข็งกร้าวหรือก้าวร้าว

