น.ส.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า ภายหลังที่ โฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้ข้อมูลผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือน และกล่าวหาว่า ที่ผ่านมา ปส. ให้ข้อมูลบิดเบือนมาโดยตลอดนั้น
ปส. ขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมา ปส. ไม่เคยบิดเบือนข้อมูลแต่อย่างใด พยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้องผ่านการประชุม หรือสื่อเผยแพร่ต่าง ๆ มาโดยตลอด รวมทั้งเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือหลายครั้ง ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี และนักวิชาการอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนจากทันตแพทย์สภา เพื่อช่วยกันพิจารณาร่างกฏหมายระดับรองในขั้นตอนของการขอรับใบอนุญาตเครื่องกำเนิดรังสี การขอรับใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์เชิงวิชาการในภาพรวมของทุกสาขาวิชาชีพ ไม่เฉพาะทันตแพทย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา ปส. กลับไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากการตอบโต้ในประเด็นที่สร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนว่า กฏหมายที่ออกมาเอื้อประโยชน์ต่อ ปส. ทำให้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง และความเชื่อมั่นในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยของรัฐ
ดังนั้น จึงขอให้ทันตแพทย์บางกลุ่มข้างต้น ยุติการให้ข้อมูลที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และหันกลับมาร่วมกันทำงานเพื่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่ผ่านมาในทุกข้อมูล ปส. ยืนยันได้ว่า โฆษกไม่ได้ให้ข้อมูลบิดเบือน โดยเนื้อหาในการให้สัมภาษณ์ มีการกล่าวถึงคลินิกในลักษณะที่ไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น มิได้หมายถึงทุกคลินิกในประเทศไทย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมื่อ ปส. เข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีการใช้เครื่องเอกซเรย์ จะพบว่ามีรังสีกระเจิงออกมาจากห้องได้หากไม่มีการทำห้องให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ดังนั้นควรคำนึงถึงในกรณีที่มีผู้อาศัยอยู่ใกล้เคียง หรือใช้ผนังร่วมกับห้องดังกล่าว ย่อมมีโอกาสได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น และขอย้ำว่า “ไม่มีการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสีใดๆ ที่ปราศจากความเสี่ยง!!!” ซึ่งการยกตัวอย่างดังกล่าว ปส. ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการดูหมิ่นหรือดูถูกวิชาชีพของทันตแพทย์แต่อย่างใด
ปส. ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศที่มีเครื่องเอกซเรย์ฟันเริ่มทยอยมายื่นคำขอรับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปส. ได้อำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน ทั้งการยื่นเอกสารที่ศูนย์บริการ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ(ส่วนกลาง) และศูนย์ปรมาณูภูมิภาคทั้ง ๕ แห่ง (เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น ชลบุรีและระยอง) ตลอดจนส่งทางไปรษณีย์ รวมทั้งจัดให้มีการประชุมกลั่นกรองใบอนุญาตเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อให้การออกใบอนุญาตมีความรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักนโยบายและบริหารด้านพลังงานปรมาณู สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 1123 – 1127ดาวโหลดคำขออนุญาตได้ทางเว็บไซต์www.oap.go.th

