เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ สน.สายไหม ผู้เสียหาย 3 ราย เข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.สายไหม หลังจากถูกสถาบันกวดวิชาทหารหลอกตุ๋นเงินโดยอ้างว่าสามารถพาคนเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศได้ แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้จริงตามกล่าวอ้าง พร้อมนำเอกสารหลักฐานสัญญาและข้อมูลสถาบันดังกล่าวมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่
หนึ่งในผู้เสียหาย (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) กล่าวว่า เมื่อปี 2557 ได้นำลูกชายไปสมัครลงเรียนกับสถาบันกวดวิชาทหารแห่งหนึ่งย่านรามอินทราเพื่อไปสอบเข้าโรงเรียนจ่าอากาศ สถาบันแห่งนี้รู้จักมาจากทางอินเตอร์เน็ต ภายในเว็บไซต์ได้มีการระบุข้อมูลประวัติและมีเจ้าของสถาบันเป็นนายทหารยศนาวาโท เปิดกิจการมาแล้ว 15 ปี มีนักเรียนเคยเข้ามากวดวิชาแล้วสอบติดมากมาย จนทำให้เชื่อว่าสถาบันแห่งนี้ดีจริงจึงตัดสินใจส่งลูกเข้าเรียน หลังจากศึกษาข้อมูลก็ได้พาลูกชายตนไปสมัครยังที่สถาบันดังกล่าว โดยได้ลงเรียน 1 คอร์ส มีค่าใช้จ่าย 19,000 บาท ระยะเวลาเรียน 20 วัน จากนั้นลูกชายก็ได้เข้าเรียนตามคอร์สปกติ แต่เมื่อใกล้การสอบทางภรรยาของนาวาโทที่เป็นเจ้าของสถาบัน ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนว่ามีช่องทางพิเศษเพื่อที่จะสามารถนำลูกชายเข้าเรียนได้เลย แต่ต้องจ่ายเงินจำนวน 6.5 แสนบาท เป็นค่าดำเนินการ และจะต้องทำสัญญาแบ่งจ่ายเงินออกเป็น 3 งวด โดยงวดแรกมัดจำ 50,000 บาท และ 300,000 อีก 2 งวดที่เหลือ โดยการันตีสามารถพาเข้าได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ หากไม่ได้จะคืนเงินให้
ผู้เสียหายกล่าวว่า ด้วยความที่อยากให้ลูกชายได้เข้าเรียนจึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไปซึ่งทั้งหมดจ่ายเป็นเงินสด โดยก่อนเซ็นสัญญาได้อ่านสัญญาแล้วรู้สึกมีความผิดปกติเพราะตัวสัญญาทางสถาบันมีความได้เปรียบเป็นอย่างมาก แต่ก็จำยอมจ่ายไปเพราะหวังว่าลูกชายจะได้เข้าเรียน หลังจากจ่ายเงินไปครบแล้วเมื่อถึงวันที่ประกาศผลสอบคือวันที่ 31 มีนาคม 2558 ปรากฎผลออกมาว่าลูกชายสอบไม่ติด ตามที่สถาบันกล่าวอ้างจึงได้ติดต่อกลับไปเพื่อทวงถามและขอเงินทั้งหมดคืน แต่ถูกสถาบันบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 7 ธันวาคม 2558 สถาบันได้ส่งข้อความมาบอกว่า วันที่ 20 ธันวาคม 2558 จะโอนเงินคืนไปให้ แต่เมื่อถึงกำหนดทางสถาบันกลับไม่โอนเงินตามที่ตกลงอีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อได้อีกด้วย ส่วนตึกสถาบันที่เปิดอยู่ย่านรามอินทราก็ปิดตัวลงตั้งแต่หลังประกาศผลสอบ
“อยากจะวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมสถาบันแห่งนี้ และอยากได้เงินจำนวนดังกล่าวคืนเนื่องจากได้ไปกู้เงินมา อีกทั้งยังมีอาชีพขับรถแท็กซี่จึงลำบากในการใช้หนี้ดังกล่าว” ผู้เสียหายกล่าว
เบื้องต้นรับคดีไว้ ก่อนเก็บข้อมูลหลักฐานที่ทางผู้เสียหายนำมา พร้อมทั้งสอบปากคำอย่างละเอียด โดยหลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ หากพบว่ากระทำผิดจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

