ปลัดสธ.ชี้ ถึงครม.ไม่เห็นชอบเพิ่มขรก.ก็จะขอไป สั่งทุกหน่วยพิจารณาอัตรากำลังใหม่ทั้งหมด

14.05.17 | 15:26 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางสังคมออนไลน์และนัดรวมตัวจะลาออกภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ภายหลังที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีมติไม่อนุมัติอัตราข้าราชการแต่งตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 10,992 อัตรา โดยให้สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) นำตำแหน่งว่างที่มีอยู่และตำแหน่งที่จะว่างในอนาคตมาบริหารจัดการเพื่อรองรับการบรรจุพยาบาลวิชาชีพตามความจำเป็น ว่า ตอนนี้ก็ต้องไปดูตัวเลขของพยาบาลวิชาชีพที่ครม.มีมติไม่อนุมัติข้าราชการตั้งใหม่จำนวน 10,000 กว่าอัตรานั้น โดยทางสธ.จะเร่งนำจำนวนตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพนั้นมาบรรจุให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด และหลังจากนั้นหากทางสธ.เห็นว่ามีความจำเป็นและต้องการเพิ่มตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพในระะบบของเราอยู่ ก็จะขอให้เพิ่มอัตราข้าราชตั้งใหม่ไปยังครม.อีกครั้ง แม้ทางครม.จะไม่ให้เห็นชอบในการขอเพิ่มอัตราข้าราชการก็ตาม แต่ในความเป็นจริงทางสธ.ก็จะขอ ทั้งนี้ ตามที่เดิมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยให้บริหารจัดการตำแหน่งว่างเสียก่อน ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการพิจาณา โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจาณาอัตรากำลังใหม่ทั้งหมด

“ความจริงตำแหน่งว่างในระบบราชการร้อยละ 5 จากตำแหน่งทั้งหมดถือว่าเป็นที่ยอมรับได้ แต่ตนพยายามจะลดตำแหน่งว่างให้เหลือน้อยที่สุดอาจจะร้อยละ 2-3 หลังจากที่ลดตำแหน่งว่างดังกล่าวให้เหลือน้อยแล้ว หากคิดว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากปัจจุบันยังพบว่าพยาบาลได้ยื่นหนังสือลาออกจำนวนมาก ทางสธ.ก็ต้องเสนอให้ขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ เพื่อบรรจุพยาบาลในวิชาชีพที่ขาดแคลน กระทั่งแม้แต่ตึกภายในสธ.เองตอนนี้ก็ยังเปิดไม่ได้เนื่องจากยังขาดแคลนบุคลากรเพราะไม่สามารถดึงพยาบาลวิชาชีพเหล่านี้ให้อยู่ในระบบได้ แต่ไม่ใช่ว่าตำแหน่งที่ว่างอยู่ก็จะต้องเป็นพยาบาลเท่านั้น หมายรวมถึงตำแหน่งบุคคลากรด้านอื่นด้วย” นพ.โสภณกล่าว

เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรที่ขณะนี้ได้มีบางภาคีเครือข่าย ตลอดจนพยาบาลวิชาชีพบางส่วนขอแยกตัวออกจากสธ. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการตำแหน่งว่าง นพ.โสภณ กล่าวว่า ในความเห็นของตนมองว่า ในเรื่องของปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะเพียงพยาบาลวิชาชีพ แต่หมายรวมถึงทุกวิชาชีพด้านสาธารณสุข ซึ่งก็ต้องทำงานร่วมกับด้านสังคมไปในขณะเดียวกันด้วย อย่างน้อยจะสามารถประหยัดงบประมาณและทำประโยชน์เพื่อประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ในเวลา 11.00น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม ตนยังได้ตั้งประเด็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 ประเด็นเพื่อให้ร่วมหารือกัน
///