ซิโน-ไทย แจงโดมถล่มบางพลี เร่งหาสาเหตุ พร้อมสร้างอาคารใหม่ ยันดูแล 4 ผู้บาดเจ็บดีที่สุด
เกิดเหตุอาคารโดมถล่ม ภายในศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบทักษะการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บางพลี ตั้งอยู่ในซอยการเคหะแห่งชาติบางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายอาการสาหัสขาท่อนบนหักผิดรูปนั้น
อ่านข่าว
- ด่วน! โดมขนาดใหญ่ถล่ม ในเคหะการไฟฟ้าเมืองใหม่บางพลี กู้ภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ
- เร่งหาสาเหตุ อาคารโดมศูนย์ฝึก กฟน. บางพลี ทรุดตัวระหว่างก่อสร้าง คนงานบาดเจ็บ 4 สาหัส 1
- นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เผย 3 ประเด็นหลัก สาเหตุโดมถล่ม เมืองใหม่บางพลี
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Sino-Thai Engineering and Construction Public Company Limited เผยแพร่วิดีโอชี้แจงเรื่องดังกล่าว
นายจารุณัฐ จิรรัตน์สถิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในนามกิจการร่วมค้า ST-TC ซึ่งเป็นการร่วมค้า ระหว่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรานส์โค้ด จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างโครงการ MEA Training Center อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยโครงการมีมูลค่างานทั้งสิ้นประมาณ 1,185 ล้านบาท ประกอบไปด้วยอาคารทั้งสิ้น 7 อาคาร
กรณีอุบัติเหตุ โครงหลังคายุบตัว ที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. เกิดลมพายุหมุนกระโชกแรง ที่ ต.บางเสาธง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีลมกรรโชกแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้โครงหลังคาเหล็กคลุมลานสนามฝึกสายอากาศ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 อาคารของโครงการฯ มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท ได้ยุบตัวลงมา เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับสาธารณชนอย่างมาก
หลังจากที่เกิดเหตุ กิจการร่วมค้าฯ ได้เร่งนำผู้บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 4 ราย ส่งโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน เมื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่โครงการฯ ไม่พบผู้สูญหาย ไม่มีผู้เสียชีวิต
ช่วงบ่ายของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ การไฟฟ้านครหลวง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบร่วมกันอาคารดังกล่าว เป็นอาคารเปิดชั้นเดียว ขนาด 25X53 เมตร สูง 15 เมตร โครงสร้างทำด้วยเหล็กรูปพรรณ มุงหลังคาเหล็กทรงเพิงลาดเดียว ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุดังกล่าว เป็นพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง ไม่กระทบต่อชาวบ้าน และ สาธารณชนหรือชุมชนใกล้เคียง
ขณะนี้ ผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการปลอดภัย และสามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนอีก 2 รายคาดว่า จะสามารถกลับได้ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ยืนยันบริษัทฯ ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอย่างดีที่สุด
พร้อมกับให้ความยืนยันว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ การดำเนินงานตามแบบก่อสร้าง ตามหลักวิศวกรรม โดยมีผู้ควบคุมงาน และมีผู้ร่วมตรวจสอบงาน จากตัวแทนผู้ว่าจ้าง ร่วมตรวจสอบงานโดยตลอด สำหรับสาเหตุภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ และจากเหตุอื่นๆ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการฯ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทางบริษัทจะเร่งตรวจสอบกับทาง กฟน. โดยจะตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ บริษัทยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ในการเสาะแสวงหาสาเหตุ เพื่อทำการแก้ไขต่อไป
สำหรับอาคารที่เกิดความเสียหายขึ้นนั้น ซึ่งมีมูลค่าโครงสร้างประมาณ 15 ล้านบาทนั้น ทางบริษัทฯ ได้จัดทำประกันภัยการก่อสร้างไว้รองรับแล้ว ซึ่งบริษัทจะดำเนินการสร้างอาคารใหม่โดยเร็วที่สุด และจะให้ทัน ตามกำหนดระยะเวลาในสัญญา

