ฝนตกหนักพ่วงบรรทุกรถเก๋งส่งโชว์รูม ชนกับเก๋ง ครูวิทยาลัยการอาชีพ

15.05.17 | 23:14 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ร.ต.อ.วิวัธชัย ไชยแพทย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งเหตุรถเฉี่ยวชนกันที่ถนนสาย 228 เส้นทางหนองบัวลำภู-อ.ศรีบุญเรือง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 79 เยื้องหน้าโรงสีข้าวศรีไทยใหม่ ต.หนองบัว อ.เมืองหนองบัวลำภู จึงได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยนเรศวรหนองบัวลำภู เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุช่วงนั้นฝนตกหนักมาก พบรถบรรทุกสิบล้อพ่วง อีซูซุ ยูโร หมายเลขทะเบียน 70-7052 เชียงราย ตัวพ่วง 70-6658 เชียงราย ซึ่งบรรทุกรถเก๋ง 1 คัน อยู่บนรถ ทราบชื่อคนขับ นายสรณ์สิริ พุดซ้อน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 1 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนสภาพรถและพ่วงเสียหลักขวางถนนปิดทางถนนทั้งสองช่องจราจร รถไม่สามารถแล่นผ่านไปมาได้ ห่างจากรถพ่วงไป และในบริเวณเดียวกันมีรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเงินบรอนซ์ ทะเบียน กต 8416 อุดรธานี สภาพด้านหน้ารถบุบ ล้อหน้าด้านขวาแตก ชิ้นส่วนประกอบตัวรถบริเวณด้านหน้ากระจายอยู่ตามถนน พบว่าภายในตัวรถยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ ไม่สามารถออกมาจากตัวรถได้ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนเรศวรใช้เครื่องตัดถ่างอยู่เป็นเวลานานพอสมควร ก่อนที่จะนำร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ และตัวส่งโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ซึ่งทราบชื่อว่า นางนิตยา อินถา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 บ้านกุดแห่ ต.กุดแห่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นครูที่วิทยาลัยการอาชีพอำเภอศรีบุญเรือง ขณะกลับจากทำงานจะมาที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บสามารถพูดคุยได้แต่มีอาการเจ็บที่บริเวณลำคอ จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

จากการสอบสวนนายสรณ์สิริ พุดซ้อน คนขับรถพ่วง ให้การว่า นำรถมาส่งที่โชว์รูมรถที่ จ.หนองบัวลำภู และเหลือรถอีก 1 คันจะนำไปส่งที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ขณะขับรถมาจากตัวเมืองหนองบัวลำภู มุ่งหน้ามาทางอำเภอศรีบุญเรือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุฝนตกหนักแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ก็ได้เปิดไฟ ช่วงนั้นมีรถบรรทุกสิบล้อวิ่งอยู่ข้างหน้า จึงได้ขับรถเพื่อจะแซง ขณะที่กำลังแซงรถขึ้นไปและกำลังจะเข้า มีรถเก๋งที่ขับโดยนางนิตยา อินถา ขับสวนทางมา รถสิบล้อได้เบรก ส่วนรถพ่วงได้เบรกจะหักหลบแต่ไม่พ้นจึงทำให้รถเก๋งชนกับตัวรถบรรทุกพ่วง หมุนคว้างอยู่ข้างถนน ส่วนรถบรรทุกพ่วงได้เสียหลักจนเพลาขาด รถได้หยุดจอดขวางถนน รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานรถยกมาทำการเคลื่อนย้ายรถพ่วงแต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ จึงทำให้รถทั้งสองเส้นทางติดเป็นระยะทางยาวด้านละประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปรับเปลี่ยนให้รถที่ใช้เส้นทางสายดังกล่าว ไปใช้ทางเลี่ยงเส้นทางสร้างเสี่ยน-วังหมื่น แล้วไปแยกออกช่วงบ้านพร้าว เข้าบ้านป่าคา มาออกเส้นทางเดิมที่ บ้านบก ต.บ้านพร้าว อ.เมือง ทำให้รถที่ใช้เส้นทางนี้ต้องอ้อมเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งรถที่ติดไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้กว่า 2 ชั่วโมง

นอกจากนั้นยังมีผู้โดยสารที่มากับรถโดยสารประจำทาง ไม่สามารถกลับรถได้ ต้องพากันหอบหิ้วกระเป๋า ขออาศัยรถอีกฝั่งหนึ่งเดินทางเข้าตัวเมือง เพื่อที่จะต่อรถไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป ส่วนคนขับรถบรรทุกเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสวนสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้รถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตร และนานกว่า 2 ชั่วโมงอีกครั้งหนึ่ง