เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่สน.คันนายาว ร.ต.อ.ธนศักดิ์ พ้องเสียง รองสว.(สอบสวน) สน.คันนายาว นัดคู่กรณีไกล่เกลี่ยคดีรถชน ระหว่างนายวงค์สิริ คชายนต์ อายุ 35 ปี กับนายเฉลิม เทพสถิตย์ภรณ์ อายุ 57 ปี เจ้าของตลาด โดยมีพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เข้าร่วมไกล่เกลี่ย หลังจากที่ีนายพัทธศาสตร์ เทพสถิตย์ภรณ์ อายุ 18 ปี ลูกชายของนายเฉลิมขับรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สปอร์ต 2 ประตู สีขาว ทะเบียน ฌพ 4411กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนประสานงากับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน ฌฐ 8418กรุงเทพมหานคร ทำให้ น.ส.นุจิรา คชายนต์ อายุ 37 ปี เสียชีวิต ส่วนลูกชายของนายวงค์สิริ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็ก เหตุเกิดเมื่อวันที่13มีนาคม ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า คดีคืบหน้าไปมาก วันเกิดเหตุทางกายภาพผู้ต้องหาไม่มีอาการมึนเมา ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์ อีกทั้งผู้ต้องหาเจ็บบริเวณหลังและหน้าอก จึงรีบนำส่ง รพ.พญาไท-นวมินทร์ ปกติแล้วทาง รพ.จะต้องตรวจแอลกอฮอล์อยู่แล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้ต้องหาด้วย หลังจากนั้นผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวที่สน.คันนายาว และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ขณะนี้ต้องรอใบรับรองแพทย์อาการของด.ช.เอ(นามสมมุติ) ลูกชายของนายวงค์สิริ ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เนื่องจากด.ช.เอ มีอาการค่อนข้างสาหัส ทั้งทางร่างกายและสมอง ทางแพทย์จึงต้องคอยสังเกตอาการทุกระยะ จึงยังไม่ได้ลงผลตรวจในใบรับรองแพทย์ แต่ทางพนักงานสอบสวนเร่งยื่นเรื่องขอเป็นใบรับรองแพทย์เบื้องต้นแล้ว คาดว่าน่าจะได้ภายในสัปดาห์นี้ เมื่อเสร็จจะยื่นเรื่องส่งสำนวนต่อศาลทันที
ด้านนายวงศ์ศิริ กล่าวว่า ในส่วนที่มาวันนี้เพื่อเจรจาเรื่องค่าชดเชย เนื่องจากหลังจากเกิดเหตุผู้ต้องหาจ่ายค่าชดเชยเพื่อช่วยเรื่องงานศพ ค่าเตียงไฟฟ้า ค่าปรับปรุงบ้านเพื่อสร้างห้องปลอดเชื้อในกับด.ช.เอรวมเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่หลังจากนั้นทางผู้ต้องหาก็ไม่ติดต่อเจรจาเรื่องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยอะไรเลย ทางทนายของตนจึงยื่นขอเสนอให้ชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน 20 ล้านบาท โดยสามารถต่อรองกันได้ แต่ทางพ่อของผู้ต้องหาเลือกที่จะไม่ขอเจรจา ไม่มีเงินมากขนาดนั้น ให้ไปเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ทั้งที่ตนสูญเสียภรรยา และลูกอาจเป็นเด็กทุพพลภาพ โดยค่าชดเชยในส่วนที่ตนต้องออกจากงานมาดูแลลูก ไม่มีรายได้ ต้องออกจากบ้านเดินทางไปดูแลลูกที่ รพ.ทุกวัน และในอนาคตลูกของตนจะเป็นอย่างไร เรื่องต้องดำเนินการรักษาอย่างไรก็ไม่รู้ ทางฝั่งของผู้ต้องหาไม่เคยพูดถึง ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่เงินเดือนของตนกับภรรยาทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้สบาย แต่เมื่อเกิดเหตุนี้ตนไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งนี้ในตอนแรกบอกจะดูแลลูกของตน จะช่วยเหลืออย่างดี ทั้งนี้ในส่วนผลของการเจรจายังคงเป็นเช่นเดิม ต้องให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
ขณะที่นายเฉลิม กล่าวว่า ไม่อยากพูดอะไรมากเพราะอาจไปกระทบจิตใจของผู้เสียหาย ในส่วนที่ผู้เสียหายเรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงิน 20 ล้านบาทนั้น ไม่มีปัญญาจ่าย ตนเป็นแค่เจ้าของตลาด เมื่อผู้เสียหายไปเรียกร้องก็มีแต่คนมาถามตน ทำให้เหมือนครอบครัวเป็นฆาตกรไปแล้ว ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่ได้คิดไปถึงเรื่องอนาคตที่ต้องมีการดูแลรักษาด.ช.เอ ต้องขอปรึกษาทางผู้ใหญ่และครอบครัวก่อน ส่วนอาการของนายพัทธศาสตร์ ลูกชาย อาการทางร่างกายดีขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น หลังเกิดเหตุได้ไปบวชเณรอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจำนวน 9 วัน ที่วัดใน จ.นครนายก


