หน้าแรก ในประเทศ อรรถพล โต้เดื...

อรรถพล โต้เดือด หลังถูกโยงเอี่ยวตัดถนนผ่าป่าแม่ยวม ลั่น ถ้าไม่หยุดพาดพิง ดำเนินคดีตามกม.

20.02.26 | 12:56 น.

อรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ โต้ ‘ชัยวัฒน์’ ถูกโยงอยู่เบื้องหลังการตัดถนนผ่าป่าแม่ยวม-สาละวิน 7.8 กม. เตือนอย่าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน แจงไทม์ไลน์ สั่งสอบวินัย เอาผิดจับอดีตหัวหน้า ย้ำหาก ‘ชัยวัฒน์’ ไม่หยุดพาดพิง จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

กรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘พิทักษ์ศรัทธา’ โพสต์ปมการลักลอบตัดถนนในเขตป่าขุนยวม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาและสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน พบการบุกรุกป่าต้นน้ำชั้น 1A เพื่อสร้างถนนรวมระยะทาง 7.8 กม. โดยมีอดีตหัวหน้าเขตสั่งการ และเชื่อมโยงว่าอธิบดีกรมอุทยานฯ อยู่เบื้องหลัง นั้น

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ จัดแถลงข่าวกรณีดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่า ข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง และมีการพาดพิงจากบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี และยืนยันว่าตัวเองไม่ได้อยู่เบื้องหลังตามที่ถูกกล่าวหา และขอบคุณที่มาช่วยกันทำงาน แต่ต้องระมัดระวังการให้ข่าวและบุคคลอื่น เพราะกระทบคนที่ตั้งใจทำงาน และถ้ายังไม่หยุดก็ต้องพิจารณากระบวนการตามกฎหมาย

นายอรรถพลระบุว่า หน่วยงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ล่าช้า โดยมีคำสั่งย้ายและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ 1 ในผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

สำหรับถนนที่ถูกตัด พบว่าอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร รวมความเสียหายประมาณ 12 ไร่ มีต้นไม้ถูกตัดโค่น 329 ต้น ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการก่อสร้าง และจะหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างแนวชายแดนประมาณ 5 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมที่ปรึกษา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนรื้อถอนและฟื้นฟูสภาพป่าโดยเร็ว รวมทั้งสั่งการให้สำรวจพื้นที่แนวชายแดนฝั่งตะวันตกระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยทหารในการลาดตระเวนป้องกันการบุกรุก โดยนายสุชาติได้ย้ำให้ดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด และหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังรายงานผลตรวจสอบพบพฤติการณ์เรียกเก็บเงินจากชาวบ้านรายละตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท โดยอ้างว่าเป็นโครงการของทางราชการ ทั้งที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้พบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดรวม 3 ราย ประกอบด้วย นายธนากร ถิรชานิธิศ นายกฤษฎา อุตมา และนายสุพรรณ์ งามเลิศมนตรี พร้อมแจ้งตำรวจดำเนินคดีอาญากับนายกฤษฎาแล้ว ส่วนอีก 2 คนมีคำสั่งย้ายทันที อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผล โดยติดตามหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือและเส้นทางการใช้เครื่องจักร เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

นายอรรถพลย้ำว่า หลังจากการชี้แจงในครั้งนี้แล้ว หากยังพบว่ามีการพาดพิงมาที่ตนอีก ก็จะให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยืนยันว่า คงไม่ยอมให้ตัวเองถูกกระทำอยู่ตามลำพัง พร้อมจะเร่งดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ