เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายกฤษดา มาดกำจร อายุ 24 ปี พร้อมด้วยญาติพี่น้องรวม 5 คน เข้าแจ้งความและขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.ต.(หญิง) ดวงมณี พานนาค สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ทำร้ายร่างกายด้วยการซ้อม มัดคอ และใช้ถุงดำคลุมหัว เพื่อให้รับสารภาพในคดียิงกันภายในผับแห่งหนึ่งในอ.บางพลี มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผานมา ทั้งนี้ได้นำหลักฐานเป็นใบตรวจร่างกายจากแพทย์ รพ.บางนา5 และสำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ สภ.บางพลี มาเป็นหลักฐาน
นายกฤษดา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ13.00น. มีตำรวจนอกเครื่องแบบอ้างว่าเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางพลี เข้ามาในห้องพักตน พร้อมจับกุมตัวโดยไม่ได้แสดงหมายจับใดๆ ก่อนจะพาขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีขาว เลขทะเบียน 3514 แต่ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ไปที่ห้องฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ทั้งนี้ระหว่างควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือตนตลอดเวลา เมื่อเข้ามาในห้องสืบสวนมีตำรวจมาสอบปากคำ โดยถามว่าตนไปก่อเหตุลักทรัพย์ใครมาหรือไม่ ก็ตอบปฏิเสธไปทันทีว่าไม่เคยไปก่อเหตุใดๆ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจถอดกุญแจมือออก แล้วให้ตนเอามือไพล่หลังก่อนจะเอากุญแจมือมาใส่อีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ทางตำรวจยังใช้เชือกมัดที่เท้าตนอีกด้วย
นายกฤษดา กล่าวต่อว่า ตำรวจชุดเดิมได้สอบถามตนต่อว่าเป็นคนลงมือยิงในเหตุการณ์ที่ผับ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมใช่หรือไม่ ตนปฏิเสธไปเพราะในวันนั้นอยู่ที่ห้องพักไม่ได้เดินทางออกไปไหน หลังจากนั้นตำรวจอีกคนได้นำถุงพลาสติกสีดำมาคลุมศีรษะตน และมัดคอ จนหายใจไม่ออกต้องดิ้นและพยายามเอามือที่ไพล่หลังอยู่มาดึงถุงออก แต่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวปัดมือออก ก่อนลงมือแตะและต่อยใบหน้าและลำตัว ก่อนจะถอดถุงที่คลุมศีรษะออก และคลุมศีรษะพร้อมกับซ้อมแบบเดิมอีก3ครั้ง เพื่อให้ตนรับสารภาพว่าเป็นคนยิง แต่ตนไม่ยอมรับสารภาพ เนื่องจากไม่ได้ก่อเหตุ และไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อน
“หลังจากเขาซ้อมเสร็จ พาผมไปให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำตัวไปที่วัดราษฎร์นิมิตศรัทธาธรรม(วัดหนองปรือ) ต.หนองปรือ อ.บางพลี เป็นสถานบำบัดของผู้ที่ติดยาเสพติด โดยไม่ได้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่อย่างใด ผมไม่สามารถติดต่อใครได้เลยเนื่องจากโทรศัพท์ถูกตำรวจยึดไว้ ผมต้องอยู่ในวัดประมาณ 7 วัน ก่อนที่ทางญาติจะทราบว่าผมถูกนำตัวมาไว้ที่วัด โดยญาติมารับตัวออกไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม” นายกฤษดา เหยื่อแพะกล่าว และว่า ระหว่างพบญาติและเล่าเรื่องราวให้ฟัง จึงรีบพาตนไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางนา 5 ทั้งนี้แพทย์ออกใบรับรองแพทย์ว่าถูกทำร้ายร่างกายจริง โดยมีร่องรอยเขียวช้ำที่ข้อมือทั้ง2ข้าง ลำคอ และตามลำตัว
นายกฤษดา กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจร่างกายเสร็จแล้ว จึงไปแจ้งความที่ สภ.บางพลี โดยพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น จนกระทั่งวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี อีกทั้งยังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือกับตำรวจบก.ป.ให้ช่วยติดตามคดี
ด้าน พ.ต.ต.(หญิง) ดวงมณี กล่าวว่า ได้สอบปากคำทางผู้ที่มาร้องทุกข์พร้อมทั้งประสานไปยังเจ้าของคดีที่ สภ.บางพลี และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ นายกฤษดาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว ได้โชว์ร่องรอยการถูกทำร้ายบริเวณข้อมือทั้ง2ข้าง มีรอยเขียวช้ำเป็นวงใหญ่
สำหรับความคืบหน้าเหตุยิงในผับที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นั้น มีรายงานว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ สภ.บางพลี แถลงจับกุม 5 ผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มผับเดอะชิค ในตลาดนัดเรือบิน ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายวีรพล หรือแบงค์ บุญดุฉาว อายุ 23 ปี นายมานะ หรือต่อ มุ่งเอื้อมกลาง อายุ 21 ปี นายทศพล หรือบังรอน จรกา อายุ 27 ปี นายกฤษดา หรือป้อม เจนจบ อายุ 20 ปี และนายสิทธิศักดิ์ หรือม่อน ชาภูมี อายุ 27 ปี จับกุมทั้งหมดได้ที่บ้านพักย่าน ต.บางปลา อ.บางพลี พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน 4กถ 1363 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ก่อเหตุ รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ทะเบียน4กณ 619 กรุงเทพมหานคร ใช้พาผู้ก่อเหตุหลบหนี ยาบ้า 6,192 เม็ด ยาไอซ์ 618.49 กรัม อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 และกระสุนปืน 5 นัด ได้ที่บ้านพักย่าน ต.บางปลา อ.บางพลี หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

