ปลัด สธ.ยืนยัน 3 ปี พยาบาลได้บรรจุ 13,583 อัตรา ‘วิษณุ’ ให้ สธ.ร่วมตั้ง กก. กำลังคนสุขภาพ(คลิป) 

17.05.17 | 15:09 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางกฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2 น.ส.รุ่งทิวา พนมแก พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ในฐานะประธานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์พยาบาลทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจกรณีการบรรจุตำแหน่งข้าราชการพยาบาลวิชาชีพ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการบรรจุในหลักการและให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำรายละเอียดเข้าสู่ ครม.อีกครั้งนัดหน้า

นพ.โสภณกล่าว ในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า  จากการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เห็นชอบตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีการประชุมหารือร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุขก่อนหน้านี้ไปแล้ว โดยครม.เห็นชอบตามตัวเลขที่เสนอ แต่ให้กระทรวงกลับไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนและนำเข้าที่ประชุมครม.ครั้งหน้า โดยจากตัวเลขกว่า 1 หมื่นตำแหน่งนั้น ในส่วนของ สธ.มีการจัดสรรตำแหน่งว่างได้จำนวน  2,200 อัตรา จึงนำไปลบออกจากตัวเลขกระทรวงฯเสนอขอไปก่อนหน้านี้ 10,992 อัตรา สรุปแล้วจะได้ตัวเลขพยาบาลที่ได้บรรจุข้าราชการจำนวนทั้งสิ้น 8,792 อัตราใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2562 โดยเฉลี่ยปีแรก 2,930 อัตรา และปีที่ 2 และปีที่ 3 จะได้จำนวน 2,931 อัตรา

“โดยปีแรกคือ ปี 2560 พยาบาลที่จะได้รับการบรรจุรวม 5,885 อัตรา แบ่งเป็น 2,930 อัตรา และตำแหน่งว่างอีก 2,200 อัตรา รวมทั้งตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการอีก 755 อัตรา  ต่อมาในปี 2561 พยาบาลจะได้รับการบรรจุรวม 3,743 อัตรา  แบ่งเป็น 2,931 อัตรา และเกษียณอายุราชการอีก 812 อัตรา  ปี 2562 พยาบาลจะได้รับการบรรจุข้าราชการรวม 3,955 อัตรา แบ่งเป็น 2,931 อัตรา และเกษียณอายุราชการอีก 1,024 อัตรา รวมตัวเลขที่พยาบาลจะได้รับการบรรจุทั้งหมดภายในระยะเวลา 3 ปี อยู่ที่จำนวน 13,583 อัตรา ซึ่งปัจจุบันมีพยาบาลที่ค้างการบรรจุอยู่ประมาณ 13,603  อัตราก็น่าจะบรรจุได้เกือบหมด” ปลัด สธ.กล่าว

นพ.โสภณกล่าวว่า สำหรับพยาบาลจบใหม่ 3-4 พันคนที่เข้ามาในระบบจะทำอย่างไรนั้น จากการพิจารณาตัวเลขแล้วพบว่า ปี 2564 จะมีตำแหน่งจากพยาบาลรุ่นพี่ที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งน่าจะเพียงพอกับน้องใหม่ที่บรรจุเข้ามา จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ว่า พยาบาลเป็นวิชาชีพหลักที่ควรได้บรรจุอยู่ที่ 90-100 เปอร์เซ็นต์ ก็น่าจะได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ดังนั้น เห็นว่ามีน้องๆ พยาบาลบางส่วนกังวลว่า อยากเห็นเป็นมติ ครม.แบบลายลักษณ์อักษร เพื่อความชัดเจนนั้น จึงอยากให้พยาบาลเชื่อมั่นในรัฐบาลและกระทรวง เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยเชื่อมั่นมากนัก แต่หลังจากสร้างความเข้าใจก็น่าจะดีขึ้น ที่สำคัญ ครม.เห็นชอบแล้ว เพียงแต่เหลือจัดทำรายละเอียดเท่านั้น และไม่ต้องกังวล เพราะแม้จะแบ่งเป็น 3 ปี แต่เป็นมติ ครม.ย่อมเชื่อถือได้

Advertisement

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ท่านวิษณุได้ให้กระทรวงฯ เสนอไปเพิ่มเติมคือ การทำงานร่วมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เทียบเท่ากับ คปร. แต่เป็นคณะกรรมการที่จะมาดูเรื่องกำลังคนด้านสุขภาพ จะดูทั้งกระทรวงฯ ทั้งมหาวิทยาลัย และเหล่าทัพต่างๆ ซึ่งทางสธ.ก็จะเสนอในส่วนกระทรวงเข้าไปด้วยในการประชุม ครม.ครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะกรรมการชุดนี้ มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เป็นตัวตั้ง และมีทุกภาคส่วน ซึ่งจะได้เห็นภาพรวม  นอกจากนี้  ท่านวิษณุ ยังให้กระทรวงฯ จัดทำแผนกำลังคนด้านสุขภาพระยะยาว ซึ่งจะทำให้ทราบว่าความต้องการกำลังคนมีเท่าไหร่ โดยตนได้นำเรียนว่า  สธ.มีการดำเนินการอยู่ และจะเสนอต่อคณะกรรมการฯที่จะตั้งขึ้นไป เพื่อประกอบการพิจารณาภาพรวม โดยในส่วนของสธ.นั้น จะมีกรอบการพิจารณาที่เรียกว่า FTE ซึ่งเป็นแนวทางในการกำหนดกรอบอัตรากำลัง พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภาระงาน ความจำเป็นของพื้นที่ เป็นต้น

“สำหรับกรอบอัตรากำลังคนนั้น ได้มีการดำเนินการและถามความเห็นจากแต่ละพื้นที่ และจะเข้าที่ประชุมวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ดังนั้น เมื่อได้ตำแหน่งมา ก็จะมีการจัดสรรตามกรอบที่วางไว้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการวางแผนกำลังคนนั้น ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เป็นข้าราชการ เพราะต้องยอมรับว่าอาจต้องมีการจ้างงานรูปแบบอื่น แต่ก็ต้องทำให้พวกเขาอยู่ได้ด้วย สำหรับปัญหากำลังคนด้านพยาบาลนั้น เชื่อว่าในปี 2579 เว้นแต่ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และมีความต้องการกำลังคนเพิ่มเติม” นพ.โสภณกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้เปิดให้พยาบาลในพื้นที่ต่างๆ แสดงความคิดเห็น ปรากฏว่าบางพื้นที่ยังไม่เข้าใจในประเด็นการจัดสรรตำแหน่งตามกรอบที่กระทรวงวางไว้ และต้องการให้ปรับเปลี่ยน FTE ใหม่ จนทำให้ปลัด สธ. ต้องถามกลับไปว่า ประเด็นการจัดกรอบ FTE มีการวางแนวทางมานานแล้ว และล่วงเลยมานาน การจะมานับใหม่คงไม่ได้ ดังนั้น ขอยืนยันตามแบบเดิม เมื่อได้ตำแหน่งมาต้องจัดสรรตามกรอบที่วางไว้ หลักๆ คือ 1.รพ.หรือพื้นที่นั้นๆมีความต้องการอยู่ 2.มีการคัดเลือกจากพยาบาลที่จบก่อน เพื่อให้ไปอยู่ใน รพ.ที่จำเป็นต้องมีบุคลากร ยกเว้นว่าเมื่อได้รับคัดเลือกแล้วแต่สละสิทธิ ไม่อยากไปอยู่ที่นั้นๆ ก็จะเป็นสิทธิของน้องที่จบรุ่นต่อมา ขอย้ำว่า หากต้องการบรรจุก็ต้องยอมไปอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนบ้าง อยากให้มองพื้นที่อื่นๆที่มีความจำเป็นด้วย

ด้าน นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคม จะมีการประชุมคปร.เพื่อจัดทำข้อมูลรายละเอียดการบรรจุพยาบาลต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว และหลังจากนั้น คปร.จะเป็นผู้เสนอต่อครม.เพื่ออนุมัติอย่างเป็นทางการ หากทุกอย่างทันก็น่าจะเข้าที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้าได้ หากไม่ทันจริงๆ ก็อาจเป็นอีกสัปดาห์ถัดไป แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา ทั้งนี้ เมื่อครม.อนุมัติอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการบรรจุในปีแรกก่อน ซึ่งเบื้องต้น 2,200 อัตรา มี 1,200 อัตราทราบกันหมดแล้วว่าใครไปที่ไหน อย่างไร และอีก 1,000 ตำแหน่งก็จะจัดการต่อไปอีก สำหรับตัวเลขที่น้องๆพยาบาลยังค้างอยู่ในระบบมีรวม 13,603 อัตรา แบ่งเป็น พกส.หรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 6,538 อัตรา ลูกจ้างชั่วคราว 6,805 อัตรา และพนักงานราชการอีก 260 อัตรา ซึ่งใน 3 ปีน่าจะบรรจุได้หมด