เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช.รับมอบตัวและร่วมสอบปากคำ นายอัมรีย์ หะ อายุ 19 ปี , นายนุรมัน อาบู อายุ 21 ปี , นายมูฟตาดิน สาและ อายุ 19 ปี และนายต่วนฮาฟิต ดือมุงกาป๊ะ อายุ 23 ปี ชาว อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง , อั้งยี่ และซ่องโจร หลังจากทั้งหมดร่วมกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้ และผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 4 ราย วางแผนเตรียมการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีเป้าหมายตามจุดเสี่ยง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขารามคำแหง ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน หรือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมาถึง บก.ป.ทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปยังห้องประชุมชิวปรีชา ใช้เป็นสถานที่สอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดี โดยมีแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ เข้าตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการสอบสวนดำเนินคดีโดยถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ และแจ้งข้อกล่าวหา มีการจัดทนายความจากสภาทนายความให้กับผู้ต้องหาทั้งหมด นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนเตรียมแยกสอบปากคำผู้ต้องหาด้วย

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า คดีนี้เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2559 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสืบทราบว่ามีการวางแผนเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มคนร้ายประชุมวางแผนกันที่ห้องพักด้านหลังมัสยิดยามีอุลอิสลาม ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ และที่ห้องพักเลขที่ 207 ตั้งอยู่เลขที่ 4/226 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รวมทั้งที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส จากนั้น พล.ต.วิจารณ์ จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ก่อนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ โดยศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้รวม 17 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 9 ราย และในวันเดียวกันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีนี้ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี
ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สอบคำให้การผู้ต้องหาในเบื้องต้น โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการเตรียมการวางแผนเพื่อลอบวางระเบิดใน กทม.และปริมณฑล โดยนายอัมรีย์ ให้การว่า รู้จักกับผู้ต้องหาบางรายที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นชาว อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้สนิทสนมกัน ขณะที่ นายนุรมัน และนายมูฟตาดิน ให้การว่า เดินทางเข้ามาทำงานโรงงานใน กทม.เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2559 และไม่ได้ติดต่อกับญาติพี่น้องที่ อ.ศรีสาคร เลย ส่วนนายต่วนฮาฟิต ให้การว่า เข้ามาทำงานที่ กทม.ตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และไม่เคยเกี่ยวข้องกับกรณีการเตรียมการเพื่อลอบก่อเหตุวางระเบิดแต่อย่างใด
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า คดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 ราย ขณะนี้ได้ประสานไปทางโรงเรียนการเมืองของกองทัพภาคที่ 4 เพื่อติดต่อกับญาติพี่น้องของผู้ต้องหาที่เหลือ เพื่อให้เข้ามอบตัวต่อสู้คดีต่อไป เนื่องจากเท่าที่ทราบทางกองทัพภาคที่ 4 มีนโยบายในการอำนวยความยุติธรรมโดยให้โอกาสผู้ต้องหาที่มีหมายจับ ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง4รายดังกล่าว ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญา ผัดฟ้องฝากขัง ในวันที่ 18 พฤษาภาคมนี้

