หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ-ศานนท...

ชัชชาติ-ศานนท์ เยี่ยม ‘บ้านอิ่มใจ’ พบปัญหา ‘เตียงล่างร้อน’ เร่งจัดพัดลมเพิ่ม ย้ำ ประคองคนไร้บ้านตั้งหลักชีวิต

27.02.26 | 19:53 น.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ปั่นจักรยานเยี่ยม ‘บ้านอิ่มใจ’ ชวนคนกรุงแบ่งปัน พัดลม–ของใช้ ประคองคนไร้บ้านกลับสู่สังคม ขออย่ารังเกียจ แค่ชีวิตสะดุด ยัน กทม. พร้อมช่วยประคอง หนุน ‘ตั้งหลักชีวิต’ 

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยของ ‘บ้านอิ่มใจ’  ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่การประปาแม้นศรี (เดิม) แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังเปิดให้บริการได้ 2 วัน โดยผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ เดินทางมาด้วยจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing)

นายชัชชาติ กล่าวว่า ‘บ้านอิ่มใจ’ เป็นบ้านพักชั่วคราวสำหรับคนไร้บ้าน ไม่ได้เพียงให้อิ่มใจ แต่อิ่มกายด้วย โดยแม้จะเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เพิ่งเริ่มรับผู้เข้าพักเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เป็นวันแรก

ด้านนายศานนท์ เปิดเผยว่า ในวันแรกมีผู้มาลงทะเบียน 29 คน แบ่งเป็นชาย 23 คน หญิง 6 คน โดยผู้เข้าพักต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบ อาทิ ห้ามดื่มสุรา ห้ามเสพยาเสพติด ห้ามทะเลาะวิวาท และต้องปฏิบัติตามตารางเวลา ทั้งนี้ ผู้เข้าพักสามารถออกไปทำธุระและกลับมาพักใหม่ได้ สำหรับกระบวนการพัฒนาศักยภาพ จะมีช่วงทดลอง 7 วัน พร้อมฝึกอาชีพและหางานให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น งานทำอาหาร การจัดทำสแน็คบ๊อกซ์ และการคัดแยกขยะร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา

ทั้งนีั้ คณะทำงานบ้านอิ่มใจรายงานว่า เข้าสู่วันที่สองมีผู้เข้าพักกว่า 40 คน โดยปิดรับลงทะเบียนเวลา 20.00 น. มีบริการอาหารวันละ 2 มื้อ (กลางวันและเย็น) ผู้ที่ประสงค์บริจาคสามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก หรือบริจาคโดยตรงที่บ้านอิ่มใจ ทั้งอาหารแห้ง ข้าวสาร ไข่ เสื้อผ้า สบู่ แชมพู รวมถึงพัดลม ซึ่งขณะนี้ยังมีความต้องการจำนวนมาก และบ้านอิ่มใจมีบริการตัดผมโดยอาสาสมัคร เครื่องซักผ้า และพื้นที่ตากผ้า โดยผู้เข้าพักสามารถใช้บริการได้

Advertisement

ระหว่างลงพื้นที่ นายชัชชาติ ได้พูดคุยกับชายไร้บ้านวัย 27 ปี เดิมอยู่จังหวัดสระแก้ว เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มา 4 เดือน หลังมีปัญหาครอบครัว และอาศัยนอนใต้สะพานพระราม 8 นายชัชชาติ ให้กำลังใจและสอบถามวุฒิการศึกษา โดยเจ้าตัวระบุว่าจบ ม.6 ต้องการฝึกอาชีพที่แม้นศรี และมีโครงการ ‘จ้างวานข้า’ ของมูลนิธิกระจกเงา ด้วย

นายชัชชาติ กล่าวกับคนไร้บ้านวัย 27 ว่าหน้าตาดีสามารถไปเป็นพระเอกได้ ก่อนย้ำให้ตั้งหลักชีวิตและพยายามหางานทำ นอกจากนี้ ยังสอบถามปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ โดยพี่น้องคนไร้บ้าน แจ้งว่า บริเวณเตียงชั้นล่างค่อนข้างร้อน เนื่องจากพัดลมติดตั้งบนเพดาน ทำให้ลมไปไม่ทั่วถึง ซึ่งทีมงานชี้แจงว่ากำลังจัดหาพัดลมมาเพิ่มเติม

นายชัชชาติ จึงกล่าวว่า หากประชาชนมีพัดลมเหลือใช้สามารถนำมาบริจาคได้ พร้อมย้ำว่า คนไร้บ้านก็เป็นคนธรรมดา เพียงแต่ชีวิตสะดุดในบางช่วงเวลา จึงต้องมีพื้นที่ให้ตั้งหลัก ก่อนกลับเข้าสู่ระบบการทำงาน

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้เข้าพักหญิงซึ่งสนใจทำงานชงกาแฟ โดยผู้ว่าฯ แนะนำให้เรียนบาริสต้าและพัฒนาทักษะเพิ่มเติม รวมถึงพบอาสาสมัครจากกลุ่มอิสระชนและอาสาสมัครของบ้านอิ่มใจที่มาช่วยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งได้ทราบความว่าทุกคนเข้าใจกฎกติกาดี และมาตราการความปลอดภัยสิ่งของที่อันตราย เช่น ไฟแช็ก ก็จะไม่ให้นำขึ้นด้านบน

“ไม่ต้องกังวล คนไร้บ้าน เขาก็เหมือนกับพวกเราทุกคน เพียงแต่มีจังหวะที่สะดุดในชีวิต ให้เราช่วยประคองเขา กลับสู่ระบบ เราเพิ่งเริ่มและต้องดูระบบต่อไป

คนในกรุงเทพเยอะ เราก็พยายามลองคิดว่าอาจจะมีหลายที่ในอนาคต อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้รับเขาดูแลตลอดชีวิต ให้เขาตั้งหลักได้และเดินหน้าต่อ คนไหนที่อยากจะกลับบ้าน จะหาทุนว่าจะมีใครช่วยพากลับบ้านได้ไหม เพราะคนไร้บ้านเป็นเรื่องที่คนพูดเข้ามาเยอะ กทม.ก็จะช่วยประคองเขาไปก็หวังว่าจะเป็นที่อยู่และอิ่มใจขึ้น อิ่มใจ อิ่มกาย นายชัชชาติ กล่าว พร้อมเดินลงบันไดตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณชั้นล่าง

นายชัชชาติ ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็น โดยยืนยันว่าของทุกชิ้นจะถูกส่งต่อถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริง ทั้งเสื้อผ้าและอาหารแห้ง พร้อมระบุว่ายังมีความต้องการพัดลมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจประสานขอรับจากวัด เนื่องจากมีพัดลมจากการรับบริจาคในงานศพอยู่มาก โดยกทม. จะรับผิดชอบค่าไฟฟ้าเอง

ทั้งนี้ ระหว่างการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ มีผู้คอมเมนต์เสนอให้แจกพัดไปก่อน นายชัชชาติ กล่าวติดตลกว่า หากหลับแล้วจะพัดอย่างไร เพราะหากพัดอยู่ก็อาจไม่หลับ และหากหลับแล้วก็ไม่สามารถพัดตัวเองได้ ก่อนตอบรับแนวคิดเชิงขำขันว่าอาจให้เพื่อนช่วยพัดแทน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างการพูดคุย

“ดีใจนะ อาจจะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มเลย แล้วก็ค่อยๆ ปรับไปช่วยกัน กรุงเทพฯ มีทรัพยากรพอสำหรับทุกคน ถ้าเราแบ่งปันกัน ทุกคนจะมีพอที่จะเดินหน้าชีวิตต่อไปได้

อย่าไปรังเกียจคนไร้บ้าน ส่วนใหญ่เป็นปกติ คนที่อาการรุนแรงเขาอาจจะมีอาการเรื่องจิตเภท แต่ก็ไม่ได้เยอะ เราก็พยายามแยกเขาออกมารักษา มองว่าเขาเหมือนพวกเรา เพียงแต่เขาอาจจะโชคร้ายในชีวิตบางเวลาก็ช่วยประคอง ต้องมีที่ให้เขาตั้งหลัก ถ้าเขาอยู่บนถนนตลอดเขาก็คงตั้งหลักตัวเองได้ยาก เดี๋ยวก็จะพยายามหาอาชีพ หาอะไรให้ ใครอยากได้งาน คนทำสวน มาดูที่นี่ได้

อย่างที่บอกว่าเรามีของเพียงพอสำหรับทุกคน คนที่มีเยอะก็มาแบ่งปันให้คนที่ขาดแคลน ผมว่าเมืองเราจะมีความสุข แล้วเราจะเดินต่อไปด้วยกันได้ดีขึ้น แบ่งปันกัน ใครมีอะไรเหลือก็เอามาแบ่งที่นี่ได้ ข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า ถ้าตรงนี้เหลือพอเราก็จะส่งต่อให้ BKK Food Bank (ธนาคารอาหาร กทม.) ของเราที่มีอยู่ทุกเขต หรือว่าพัดลม ตอนนี้ก็ดี แต่ว่าไม่ต้องลำบาก ถ้าใครมีเหลือ เอามาแบ่งปันได้ บางครั้งงบหลวงมันซื้อยาก เงินหลวงบางครั้งมันต้องใช้เวลาตั้งงบประมาณ อาจจะวุ่นวายนิดหน่อย บ้านอิ่มใจและบ้านอิ่มกาย แวะมาเยี่ยมเยือนพวกเราได้ หรือใครอยากจะมาเยี่ยมเอาขนมมาเลี้ยง เอาไอติมมาเลี้ยงก็ได้ ผมจะได้มากินด้วย” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย