หน้าแรก ในประเทศ ชาวนาเมืองอ่า...

ชาวนาเมืองอ่างทองครวญ แห่ปลูกพืชใช้น้ำน้อยหนีแล้ง ทำผลผลิตล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

2.03.16 | 16:00 น.

ภายหลังรัฐบาลมีประกาศขอความร่วมมือ ให้ชาวนาหยุดการทำนาในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำที่เก็บไว้ในเขื่อนหลักต่างมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง ทางชลประทานยังคงปล่อยน้ำไว้หล่อเลี้ยงระบบนิเวศ และอุปโภค บริโภค ทางด้านชาวนาจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และอาชีพ หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยตามนโยบายของรัฐบาล และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของทางราชการในด้านการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ส่งผลให้ผลผลิตมีปริมาณเกินความต้องการของตลาด มีราคาตกต่ำขายไม่ได้ราคา

นายบุญสืบ ช่างคิด อายุ 44 ปี ชาวสวนผัก อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่  ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพทำสวน ปลูกผักสร้างรายได้หาเลี้ยงครอบครัว โดยเปลี่ยนเช่าพื้นนาในราคาไร่ละ 1,000 บาทต่อปี จำนวน 3 ไร่ ปรับพื้นที่ขุดร่องน้ำปลูกบวบเก็บผลผลิตออกขาย ส่วนพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณคันนาก็ปลูกพริกขี้หนูไว้บริโภคในครอบครัวส่วนที่เหลือจะนำออกขายตลาด ต่อมาได้ลงทุนจ้างรถมาขุดบ่อ เพื่อเก็บน้ำหวังเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง ซึ่งน้ำในบ่อธรรมชาติที่นำไปรดผักค่อยๆ แห้งขอดลงไปทุกวัน ตนเองจึงได้ตัดสินใจจ้างช่างมาขุดเจาะบ่อบาดาลในราคา 15,000 บาท เพื่อที่จะสูบน้ำจากบ่อบาดาลมากักเก็บไว้ในบ่อที่ขุดไว้ เพื่อไว้ใช้รดผักในแปลงที่ปลูกไว้ 

201603021248222-20130724124631

แต่ก็ต้องทำใจยอมรับสภาพกับราคาผลผลิตที่กำลังตกต่ำ ตอนนี้บรรดาพ่อค้า แม่ค้าที่มารับซื้อ ให้ราคาที่ต่ำมาก อยู่ที่กิโลกรัมละ 8-10 บาท สืบเนื่องมาจากตอนนี้ชาวนาเป็นจำนวนมากผันตัวเองมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว หลังจากที่ไม่มีน้ำพอทำนา โดยผักที่จะมักนิยมนำไปปลูกกัน ก็จะเป็นผักที่มีชนิดใกล้เคียงกันเสียส่วนใหญ่ จำพวก บวบ แตงกวา ซึ่งดูแลง่าย และเก็บผลผลิตขายได้ไว อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศในช่วงนี้ ซึ่งร้อนอย่างมากในเวลากลางวัน ก็มีผลทำให้ผักนั้นโตช้า ผลผลิตไม่ได้ขนาดตามที่ต้องการ ซึ่งตนเองก็หวังไว้ว่าในหน้าแล้งนี้ ราคาผักที่ปลูกจะขยับราคาสูงขึ้นมาบ้าง มากน้อยก็ยังให้พอมีกำไรเหลือเพื่อมาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว จนกว่าจะมีฝนตกลงมาช่วยกันต่อไป