หน้าแรก ในประเทศ กองทัพ พร้อมอ...

กองทัพ พร้อมอพยพคนไทย ออกจากตะวันออกกลาง ห่วงความปลอดภัยระหว่างไปตุรกี

4.03.26 | 16:22 น.

กองทัพ พร้อมอพยพคนไทย ออกจากตะวันออกกลาง ห่วงความปลอดภัยระหว่างไปตุรกี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มี.ค.2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (วปอ.) พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอพยพคนไทยจากพื้นที่ตะวันออกกลาง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการนั้น โดยเปิดเผยว่า เราได้มีการเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แต่แนวทางในการปฏิบัติ ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังระบุอีกว่า กรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินของกองทัพในการอพยพคนไทยจะมีความยากในคนละมิติกับการใช้เครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์จะมีความสะดวก แต่เครื่องบินกองทัพก็จะเหมาะอีกบริบทหนึ่ง จึงจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เช่น กรณีประเทศอิสราเอล กับประเทศอิหร่าน ที่แต่ละประเทศจะมีความเฉพาะเจาะจง ในการเลือกแนวทางปฏิบัติ ซึ่งการที่จะเลือกใช้อะไรก็อยู่ที่ความเหมาะสม รวมทั้งยังระบุอีกว่า การประสานงานกับประเทศต้นทางในการอพยพคนไทยจะดำเนินการผ่านช่องทางการทูตเป็นหลัก

ส่วนการอพยพจะขึ้นอยู่กับปริมาณคนที่จะอพยพ และขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเครื่องบินที่ใช้เป็นหลัก พร้อมยกตัวอย่างว่า ถ้าเลือกที่จะอพยพด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ โดยจ้างจากประเทศต้นทาง ก็อาจจะใช้เพียงลำเดียว หากเป็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะสะดวกต่อการขออนุญาตในการบินผ่านน่านฟ้าด้วย แต่ถ้าใช้เครื่องบินทหารของกองทัพ ก็จำเป็นจะต้องเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งหากมีการอพยพจำนวน 200 คน ก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เที่ยวบิน 3-4 เที่ยวบิน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังกล่าวยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องของการเดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ไปยังชายแดนของประเทศตุรกี ซึ่งมีระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร

Advertisement

ขณะที่มิติการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศไทย ซึ่งมีชาวอิสราเอลและชาวอิหร่านอาศัยอยู่จำนวนมาก จะมีการเฝ้าระวังด้านข่าวกรองเป็นพิเศษหรือไม่อย่างไรนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดระบุว่า มีการเตรียมด้านการข่าวเพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว ซึ่งไทยมีการเตรียมพร้อมและไม่ประมาทต่อความเป็นไปได้ที่อาจมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น โดยได้กำชับให้ทุกส่วนเตรียมความพร้อม

ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางขณะนี้ เชื่อว่าทุกประเทศมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นหมุดหมายที่สำคัญของโลก ซึ่งทุกประเทศก็เฝ้าติดตามสถานการณ์ และประเมินว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระยะสั้น, กลาง และระยะยาว

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังมองว่า สถานการณ์ในขณะนี้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ทุกประเทศเคยเชื่อมั่นก็เปลี่ยนไปจากเดิมไปสิ้นเชิง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือ

“น้ำที่มันขุ่นๆ ตอนนี้มันก็คงจะตกตะกอน และก็คงมองอะไรได้ชัดเจนมากขึ้น ทุกคนก็กำลังประเมิน และประมวลทั้งนั้น” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าว

เมื่อถามว่าจากสถานการณ์คาดว่าจะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวว่า กองทัพไทยไม่ใช่ผู้ออกแบบการปฏิบัติการเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถประเมินได้ แต่สิ่งที่คิด และคาดหวังคือ อยากให้สถานการณ์นี้จบลงโดยเร็ว ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยจะได้น้อย และจะได้ไม่มีเหตุการณ์ที่ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า ไม่จำเป็นจะต้องกังวลอะไรมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมของไทยยังไม่น่าวิตก แต่ย้ำว่าอย่าประมาท