‘ปิยะสกล’ กำชับปลัดสธ.เดินหน้าแนวทางแก้ปัญหากำลังคนด้านสุขภาพระยะยาว

19.05.17 | 13:02 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า  ตามที่ได้เข้าพบและปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับทางออกการขอตำแหน่งข้าราชการใหม่ ให้กับพยาบาลลูกจ้างที่ยังรอการบรรจุ ซึ่งท่านรองนายกฯ ได้พิจารณาถึงความจำเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องให้บริการที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพแก่ประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ จึงได้เห็นชอบให้มีการทบทวนมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ตามที่รัฐมนรีว่าการ สธ.เสนอ และได้ประชุมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)    เพื่อให้มีการพิจารณาอีกครั้งเมื่อวันที่18 พฤษภาคมที่ผ่านมา  ซึ่งคปร.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข ทบทวนข้อเสนอในการขออัตราเพิ่มใหม่ จำนวน 8,792 ตำแหน่ง โดยมีเงื่อนไขให้กระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงประสิทธิภาพ และทำแผนกำลังคน เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว ซึ่งตนได้กำชับให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตามเงื่อนไขของ คปร. ดังกล่าว

นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้  สธ.ยังจำเป็นต้องมีแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนด้านสาธารณสุข  โดยเฉพาะพยาบาล เป็นปัญหาวิกฤตเร่งด่วน ต้องได้รับการแก้ไขภาวะสมองไหลที่เกิดขึ้น ทำให้กระทรวงไม่สามารถขยายบริการที่จำเป็นรองรับประชาชนได้ และพิจารณาถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากไม่สามารถรักษาพยาบาลไว้ในระบบจะเป็นปัญหารุนแรงในอนาคต   โดยมีแนวทางแก้ไขปัญหา 2 แนวทางพร้อมกัน คือการขอกำหนดตำแหน่งพยาบาลเพิ่มใหม่ในครั้งนี้ และแนวทางที่บรรลุผลสำเร็จไปแล้วคือการทำให้พยาบาลมีความก้าวหน้า และแก้ไขเยียวยาให้เงินเดือนไม่ตัน ส่วนการบริหารจัดการกระบวนการทำงาน ให้ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของพยาบาล เช่นการใช้ผู้ช่วยพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ธุรการหอผู้ป่วย เป็นต้น

“ขอย้ำว่า การบรรจุพยาบาลในครั้งนี้ ท่านนายกเข้าใจถึงความจำเป็นในการขอเพิ่มตำแหน่งข้าราชการพยาบาล โดยใช้อัตราว่างของกระทรวงฯ 2,200 คน บวกกับที่ขอใหม่ 8,792 คน บรรจุใน 3 ปี ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เป็นการยืนยันว่าเป็นการบรรจุครั้งใหญ่มากของพยาบาล ซึ่งทำให้การรอบรรจุสามารถหมุนได้ใน 3 ปี (ปีงบประมาณ2560-2562)และคิดว่าในอนาคตการบรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการจะมีปัญหาน้อยลง เพราะได้มองไปข้างหน้าแล้วว่าตำแหน่งเกษียณ และการเพิ่มใหม่สมดุลกันพอดี จะเพิ่มใหม่ก็ไม่มาก จะใช้อัตรากำลังที่เหมาะสมกับภาระงาน และพยายามจะลดทอนงานของพยาบาล โดยจัดผู้ช่วยพยาบาลให้ทำงานแทน ซึ่งตอนนี้กระทรวงก็ได้ดำเนินการแล้ว” รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าว