ผบช.น. ยัน สรวีร์ เป็นคนสั่งฆ่าผจก. เปิดสัมพันธ์ ‘เบญญาภา’ – หากตร.ไซเบอร์มีเอี่ยว ฟันไม่เว้น
กรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่า นายรุทธ์ หรือ ท็อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ เมื่อวันที่ (18 ก.พ.) โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 จัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้า จ.สมุทรปราการ กระทั่ง 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูกในห้องน้ำบ้านร้าง จ.ลพบุรี ก่อนออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย (หนีไปได้ 1 ราย) และจับเพิ่มอีก 2 รายเมื่อคืนวานนี้ คือ นายสรวีย์ หรือตั้น (เชื่อว่าเป็นคนบงการฆ่า) และ น.ส.เบญญาภา
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้สัมภาษณ์ในการแถลงข่าวคดีจ้างอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม คุมตัวบอสใหญ่-สาวคนสนิท ดำเนินคดี สน.สุทธิสาร ว่า ทั้ง 2 รายยังให้การปฏิเสธ โดยสำหรับ น.ส.เบญญาภา ผู้ต้องหา อ้างความสัมพันธ์กับนายสรวีร์ว่าเป็นพี่น้องกัน มีหน้าที่รับ-ส่งลูกสาวของนายสรวีร์ ส่วนประเด็นที่ว่าเป็นนกต่อด้วยไหม เรียกว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ ในส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม
เนื่องจากคดีนี้มีการเตรียมการมาแล้ว โดยติดตามเป้าหมายมาตั้งแต่แรก มีการเช่าบ้านตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. และเฝ้าติดตามหลายวัน กระทั่งสบโอกาสลงมือในวันที่ 18 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจย้ำว่ามีหลักฐานเพียงพอในการยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีส่วนร่วมกระทำผิด และผู้บงการจ้างวานฆ่าคือ นายสรวีร์ ซึ่งปัจจุบัน เปิดบริษัทรับเป็น ผู้ไกล่เกลี่ยคดีในชั้นศาล โรงพักต่างๆ ไม่ใช่ทนายความ เป็นการเข้าอบรมต่างๆ เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมถึงมีเสื้อทหารในรถ คาดว่าน่าจะมีไว้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
ส่วนประเด็นที่ว่า มีการจ้างนักสืบและตำรวจไซเบอร์ช่วยสืบหาทะเบียนรถผู้ตายนั้น ผบช.น. เผยว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ผู้บัญชาการรับทราบหมดแล้ว ยืนยันว่าถ้าพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
พล.ต.ท. สยาม เปิดเผยอีกว่า นายสรวีร์ มีอาการเครียด และยืนยันว่าไม่เคยเจอกับผู้ตายมาก่อน ไม่เคยทวงโทรศัพท์มือถือมาก่อน แต่ตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ จะเร่งดำเนินการสอบสวนต่อไป

