สืบนครบาล 2 ทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ รวบ “โจ๊ก นักบินระหว่างประเทศ” ยึดยาไอซ์ กว่า 33 กก. นำเข้าจากพม่า ซุกบ้านย่านวิภาวดี เตรียมส่งออกมาเลเซีย
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.ชนันท์ธัช แก้วทอง รอง ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.ปฏิญญา มณีโชติ สว.กก.สส.บก.น.2 พร้อมกำลังเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.น.2 ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอิทธิพล หรือ “โจ๊ก” อายุ 45 ปี นักบินในเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจับกุมเกิดขึ้นที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ภายหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจทำการสืบสวนทราบว่านายโจ๊กจะนำยาไอซ์มาส่งมอบ จึงได้วางแผนเข้าจับกุม พบยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม พร้อมยาไอซ์บรรจุถุงเล็กอีกจำนวน 7 ถุง และยาบ้า 5 เม็ด
จากการสอบสวนขยายผลในทันที นายโจ๊กยอมรับสารภาพว่ายังมียาเสพติดอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ในซอยวิภาวดีรังสิต 22 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ต.ท.ชนันท์ธัชฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว และพบยาไอซ์เพิ่มเติมอีก 32 กิโลกรัม บรรจุในถุงฟอยล์สีทองแบรนด์ GUANYINWANG ซุกซ่อนอยู่ในลังพลาสติกภายในห้องเก็บของชั้น 3 นายโจ๊กให้การรับสารภาพว่าตนทำหน้าที่เป็น “นักบิน” หรือ “ผู้ขนส่งยาเสพติด” โดยรับงานจาก “หัวงาน” หรือ “หัวหน้าสายงานลำเลียงยาเสพติด” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ยาเสพติดล็อตดังกล่าวมีต้นทางมาจากชายแดนประเทศพม่า ซึ่งตนได้เดินทางไปรับมาจากพื้นที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำมาพักคอยและเตรียมลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซียตามคำสั่ง โดยมีการตกลงค่าจ้างเป็นเงิน 50,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินเนื่องจากถูกจับกุมเสียก่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 2.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและดำเนินการขยายผลถึงเครือข่ายผู้สั่งการต่อไป

