เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 19 พฤษภาคม นายอัครพล วงค์ใส่ เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่านายสุรพล วงค์ใส่ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 299/126 หมู่ที่ 8 ต.แม่สาย อ.แม่สาย เสี่ยเจ้าของกิจการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศชื่อดังในอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นบิดาของตนได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งว่าถูกทำร้ายร่างกายและถูกลักพาตัวไปกักขังโดยไม่ทราบว่าที่ใด จากนั้นชุดสืบสวน สภ.แม่สาย ออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าครั้งสุดท้ายนายสุรพล เดินทางไปพบนายเฉิน วงค์ใจ เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย ก่อนหายตัวไป พร้อมรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน บน 8636 พะเยา และไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งเวลาประมาณ 09.00น. วันนี้ มีญาติของนายสุรพลที่อยู่ประเทศเมียนม่าร์ โทรมาแจ้งว่าได้รับโทรศัทพ์แจ้งเรียกเงินค่าไถ่ตัวนายสุรพลเป็นเงิน 2.9 ล้านบาทโดยมีโทรศัพท์ติดต่อมาเรียกเงินค่าไถ่ทุกระยะ
กระทั่งชุดสืบสวนสืบทราบว่านายเฉินนำตัวนายสุรพลไปมากักขังในโกดังร้าง พื้นที่บ้านสันโค้งเหนือ หมู่ที่ 3 ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย ต่อมา พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่สาย เข้าตรวจสอบพบนายเฉินและนายสุรพลพร้อมรถยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะอยู่ในโกดังร้าง จึงเข้าช่วยเหลือนายสุรพล และ จับกุมนายเฉิน
จากสอบสวน นายเฉินให้การว่า ได้นำตัวนายสุรพลมากักขังเพื่อเรียกค่าไถ่จริง โดยจับตัวนายสุรพลโดยใช้เชือกและเส้นลวดเท่าที่จะหาได้มัดนายสุรพลติดกับเบาะนั่งข้างคนขับตอนหน้าภายในรถ โดยมัดแขน ขา เอว และ คอติดกับเบาะรถตลอดเวลาส่วนสาเหตุเนื่องจากนายสุรพลเคยรับปากจะช่วยไถ่ถอนบ้านที่ติดจำนองกับบริษัทไฟแนนจำนวนเกือบ 4 ล้านบาท ภายหลังขาดชำระค่างวด 3 เดือน กระทั่งบริษัทไฟแนนซ์โทรมาแจ้งว่าจะฟ้องยึดบ้านและที่ดินของตน จึงนัดหมายกับนายสุรพลมาพูดคุยที่อู่ซ่อมรถของตน แต่การเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ นายสุรพลปฏิเสธให้การช่วยเหลือ ด้วยความโกรธจึงทำร้ายร่างกายก่อนมัดนายสุรพลติดกับรถเพื่อเรียกค่าไถ่ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายเฉินส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ดำเนินคดีต่อไป

