“รวบเพื่อนบ้านแสบ ลวงเด็กหญิงข้างบ้านวัย 11 ย่ำยีในบ้าน เหยื่อกลัวจนถูกก่อเหตุซ้ำนับปี เรื่องแดงหลังแม่ของเด็กเห็นรอยเขียวช้ำ รีบพาแจ้งความ”
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายวรายุทธ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่ จ 10/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจาร” ได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
จากการจับกุมทราบว่า เมื่อปี 2566 ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี ได้รู้จักกับนายวรายุทธ ผู้ต้องหาเนื่องจากมีบ้านอยู่ใกล้กัน และยังมีความสนิทชิดเชื้อกับทางบ้านของผู้เสียหายด้วย ปกติเวลาที่แม่ออกไปทำงาน ด.ญ.เอจะอยู่กับยาย โดยปั่นรถจักรยานเล่นแถวๆ บ้าน ระหว่างนี้นายวรายุทธใช้วิธีเข้าไปพูดคุยเล่น จนเด็กเกิดความสนิทสนมและไว้วางใจ
ต่อมาในวันเกิดเหตุนายวรายุทธวางแผนลวงเด็กผู้เสียหายให้เข้าไปเล่นที่บ้าน ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืน พอเสร็จแล้วก็บอกผู้เสียหายให้เก็บเรื่องเอาไว้เป็นความลับ หลังจากนั้นเป็นต้นมา นายวรายุทธได้ก่อเหตุเรื่อยมาทุกครั้งเมื่อสบโอกาส กระทั่งเมื่อช่วงปลายปี 2568 ผู้ปกครองทราบเรื่อง เนื่องจากพบเห็นรอยเขียวช้ำบนตัวของลูกสาว จึงเรียกมาถามจนทราบความจริง ที่เด็กไม่กล้าบอกใครที่บ้าน ก็เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย หลังจากนั้นจึงพาเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายวรายุทธ ก่อนจะตามจับกุมตัวไว้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าตนได้รู้จักกับเด็กหญิงเอมาตั้งแต่ปี 2566 ก็มีการพูดคุยทักทายมาตลอด จนมาวันเกิดเหตุผู้เสียหายมาขอใช้ห้องน้ำที่บ้านของตน และหายเข้าไปนานผิดปกติ ตนจึงตามเข้าไปดูเลยสบโอกาสลงมือก่อเหตุ หลังจากนั้นก็สั่งให้เด็กมาหาที่บ้าน เพื่อก่อเหตุเรื่อยมา จนแม่ของเด็กทราบเรื่องเข้าแจ้งความ ตนก็รีบหลบหนีก่อนถูกตามจับกุมดังกล่าว และนำตัวส่ง สภ.กบินทร์บุรี ดำเนินคดีต่อไป

